|
Share 

BlackBerry Torch 9800
อาวุธเด็ดเพื่อขาแชทแบบเข้าเส้น
+ ยุคนี้ใครที่ไม่รู้จัก BlackBerry นั้นถือว่าเชยเอามากๆ เพราะจุดเด่นของ BlackBerry อยู่ที่การเป็นโทรศัพท์ที่สามารถให้เราออนไลน์ และแชทคุยกับกลุ่มเพื่อนเราได้ตลอดเวลาทั้งวันจริงๆ ซึ่งก็มีออกมาหลายรุ่นส่วนใหญ่แล้วจะมีแป้น QWERTY ให้ทั้งนั้น ยกเว้นก็แต่ Storm และ Storm 2 เท่านั้นที่เป็นจอ Touchscreen ที่เคยออกขายในบ้านเรา
จะว่าไปตัวที่เป็นจอสัมผัสนั้นก็ใช้งานได้สะดวกไปอีกแบบ แต่ดูแล้วก็ไม่น่าจะถูกใจสาวก BB ตัวจริงที่ถนัดกับการพิมพ์บน QWERTY คีย์บอร์ดกันซะมากกว่า และนั่นน่าจะเป็นที่มาของลูกผสมอย่าง Torch 9800 ที่มีทั้งจอสัมผัส และแป้น QWERTY ที่สไลด์เก็บได้ โดยไม่ทำให้จอแสดงผลเล็กลงกว่าที่จำเป็น
ฟีเจอร์เด่นๆ ของ BlackBerry Torch 9800
• รองรับทั้งระบบเครือข่าย Quad-band GSM และ 3G-HSDPA 2100 MHz
• จอแสดงผลระบบสัมผัส TFT Capacitive Touchscreen ขนาดใหญ่ 3.2 นิ้ว 16 ล้านสี 360 x 480 พิกเซล
• ระบบจอทัชสกรีนแบบ Multi-touching
• ระบบ Proximity Sensor สำหรับดับและล็อกหน้าจอเมื่อยกตัวโทรศัพท์แนบหู
• QWERTY Keyboard สไลด์เก็บได้
• ระบบ Optical Trackpad
• ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS 6.0
• หน่วยความจำตัวเครื่อง 4GB และมีช่องใส่การ์ด microSD แบบ Hot-Swap
• กล้องระดับ 5 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และไฟแฟลช LED
• เพิ่มระบบ Wi-Fi และติดตั้งระบบ GPS ในตัว พร้อม BlackBerry Maps
• ช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน Jack 3.5 มิลลิเมตร
• รองรับ Bluetooth 2.1 และ USB 2.0
• รองรับไฟล์วิดีโอแบบ DivX และ XviD
• ตัวเครื่องวัสดุอย่างดี และงานประกอบแน่นหนา
ข้อเสีย เล็กๆ น้อยๆ ของ BlackBerry Torch 9800
• อินเตอร์เฟสเมนูดูจะใช้งานยากไปหน่อย
• ไม่รองรับเว็บ Flash
• ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
• ไม่มีตัวแก้ไขเอกสาร อ่านได้อย่างเดียว

วัสดุ รูปทรง และงานออกแบบ
+ นี่อาจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับ BlackBerry เองก็ได้ ที่ตัดสินใจส่งรุ่นที่มีจอทัชสกรีนที่เป็น Multi-touch เต็มตัวออกมาสักที แต่ก็ไม่ลืมเอาใจขาแชทด้วยการเพิ่มแป้น QWERTY ลงมาให้ด้วยอย่างสมบูรณ์แบบ แต่แป้นคีย์บอร์ดตัวนี้สามารถสไลด์เก็บได้ ซึ่งถือว่าใช้งานได้สะดวกสุดๆ เลยทีเดียว
การจัดวางปุ่มกดที่บริเวณด้านหน้าตัวเครื่องนั้นยังคงมีปุ่ม Short-cut Keys ต่างๆ เพื่อให้การเข้าถึงเมนูด้านในเป็นไปได้อย่างสะดวก คล่องตัวขึ้น คือจะมีทั้งปุ่ม โทรออก / รับสาย, ปุ่มเลือกฟังก์ชั่นเพิ่มเติม (รูปรังผึ้งสัญลักษณ์ของ BlackBerry เค้าละ), ปุ่มเลื่อนเมนูแบบ Optical Trackpad, ปุ่มลูกศรย้อนกลับสู่หน้าที่ผ่านมา, ปุ่มวางสาย และเปิด-ปิดเครื่อง
ส่วนบริเวณรอบๆ ตัวเครื่องก็จะมีตั้งแต่ด้านข้างขวามือนั้นจะมีทั้งช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ปุ่มปรับความดังลำโพง ปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูป ทางด้านซ้ายมือเราก็จะมีเพียงช่อง micro-USB แบบมาตรฐานที่นิยมใช้กัน และแน่นอนว่าด้านบนส่วนหัวเครื่องยังคงซ่อนปุ่ม ล็อกหน้าจอ (รูปกุญแจ) และมีปุ่มลัดปิดเสียงลำโพง (Silent Mode) เอาไว้ด้วย หากใครเคยใช้ก็จะรู้ว่ามันเป็นปุ่มที่ใช้งานได้ง่ายดี สะดวกเวลาต้องปิดเสียงตอนเข้าประชุม หรือเข้าโรงภาพยนต์นั่นเอง
ด้านหลังนั้นนอกจากจะมีเลนส์กล้องถ่ายรูป และไฟแฟลช LED แล้ว ใต้ฝาหลังยังมีช่องใส่ซิมการ์ด และช่องใส่ microSD ที่เป็นแบบ Hot-swap ให้เราถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องปิดเครื่องก่อน แต่ซิมการ์ดนี่ถ้าอยากเปลี่ยนก็ต้องปิดเครื่องแล้วก็ถอดแบตเตอรี่ออกก่อนเหมือนกับรุ่นอื่นๆ นั่นละครับ
คุณภาพหน้าจอแสดงผล
+ จากที่ลองใช้งานดูแล้วถือว่าจอสัมผัสของ Torch นั้นให้การตอบสนองได้ดีกว่ารุ่น Storm ที่ใช้ระบบ SurePress หรือ Storm 2 ที่ใช้เทคโนโลยี Piezzo-Electric Touch Feedback ด้วยข้อเสียของจอใน Storm ทั้ง 2 รุ่นนั้นก็คือ มันต้องกด 2 สเต็ป แต่มาในรุ่น Torch เป็นจอ Multi-touch สามารถแตะเบาๆ ด้วยปลายนิ้วได้เลย แถมยังสามารถใช้ปลายนิ้ววาดเพื่อขยายภาพ หรือการแสดงผลบนหน้าจอได้เป็นอย่างดีด้วย
ที่สำคัญจอของรุ่นนี้เป็น TFT Capacitive Touchscreen แสดงผลสี 16 ล้านสี ความละเอียดที่ 360 x 480 กว้าง 3.2 นิ้ว แม้จออาจจะสู้พวกจอ AMOLED ไม่ได้ แต่ใช่ว่าความคมชัดนั้นจะหายไป แปลกที่จอรุ่นนี้ให้ความคมชัดได้ดี สามารถใช้งานกลางแดดจ้าได้ดีใช้ได้ ไม่เหมือนจอบางรุ่นที่เป็น TFT Capacitive Touchscreen เหมือนกันแต่กลับสู้แสงได้ไม่ดี
เรื่องของอินเตอร์เฟสเมนูนั้นค่อนข้างใช้งานง่ายดี ออกแบบมาได้เหมาะกับจอประเภททัชสกรีนมาก จุดเด่นของรุ่นนี้ที่น่าจับตามองก็คือ Social Feeding หรือฟีดดิ้งเครือข่ายที่แสดง RSS feeds สำหรับข้อมูล หรือข่าวสารจากเว็บบล็อกต่างๆ แบบ Feeding ทั้งจาก Facebook, Twitter หรือแม้แต่ BB Messenger เองก็ตาม เรียกว่าเพิ่มช่องทางให้กับคอ Social Network สามารถติดต่อกันได้แบบ All-time จริงๆ
ฟีเจอร์สำคัญภายในเครื่อง
+ ต้องยอมรับว่า BlackBerry Torch นั้นมีฟีเจอร์ หรือฟังก์ชั่นในเครื่องมาให้อย่างครบสูตรดีจริงๆ เรียกว่ารุ่นนี้มีครบหมด ที่ผมอยากจะพูดถึง และชื่นชมเป็นอันดับแรกเลยก็คือตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้นออกแบบมาได้อย่างลงตัวใช้งานได้คล่องตัว และถนัดมือดีจริงๆ เพราะด้วยรูปแบบของการสไลด์แป้นคีย์บอร์ดเลยทำให้มีพื้นที่สำหรับหน้าจอแสดงผลได้มากขึ้นเยอะ
ในส่วนของระบบปฏิบัติการนั้นรุ่นนี้จะเป็น BlackBerry OS เวอร์ชั่น 6.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้การตอบสนองกับการทำงานของระบบเครื่องลื่นไหลได้มากยิ่งขึ้น มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ดีขึ้น ถือว่าทางค่ายได้พัฒนา และปรับปรุงข้อบกพร่องมาเป็นอย่างดี ส่วนตัวซีพียูนั้นดูจะมีความเร็วเป็น 624 MHz ซึ่งเร็วกว่าตัว Storm 2 แต่เท่ากับตัว Bold 9700
สำหรับเรื่องของหน่วยความจำเครื่องมีมาให้ถึง 4GB ซึ่งก็ถือว่าดี เพราะเป็นการเพิ่มเติมในส่วนของหน่วยความจำเครื่องไม่ให้หนักในการเก็บข้อมูลสำหรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึง Software สำหรับระบบการทำงานของเครื่องด้วย นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำแบบ RAM 512MB และ ROM อีก 512MB ข้อสำคัญตัวเครื่องเองยังสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้อีกถึง 32GB ด้วย เผื่อเอามาไว้เก็บไฟล์ข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ ทั้งเพลง รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ แถมช่องรองรับการ์ด microSD จะเป็นแบบ Hot-Swap คือเป็นช่องแบบเปลี่ยนการ์ดเร็วสามารถถอดเปลี่ยนการ์ดได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องก่อน
แน่นอนว่าฟังก์ชั่นอย่างเครื่องเล่นเพลง หรือเครื่องเล่นวิดีโอนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในมือถือยุคนี้ แล้วผมเองก็ยอมรับว่าเครื่องเล่นเพลงของทาง BlackBerry นั้นอาจะมีอินเตอร์เฟสที่สวย แต่สู้อินเตอร์เฟสที่เป็น Android OS หรือแม้แต่ Symbian OS ไม่ได้เพราะอย่างที่รู้กันก็คือ BlackBerry ถูกออกแบบมาสำหรับงาน Social Network ซะมากกว่า เพราะพวกซับเมนูทั้งหลายนั้นยังเป็นตัวอักษรซึ่งเป็นฟอนต์ธรรมดา ดูแล้วไม่มีลูกเล่นอะไร แต่ถ้าเรื่องของคุณภาพเสียง และลูกเล่นอย่างพวกเสียงเอฟเฟกต์ อีควอไลเซอร์ หรือเบสบูสเตอร์นั้นทำได้ดี นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดเพลย์ลิสต์ หรือระบบเล่นซ้ำ เล่นสุ่มได้ครบถ้วน ซึ่งไฟล์เพลงที่รองรับได้มีทั้ง MP3 / WMA / AAC+ โดยรวมแล้วผ่านครับสำหรับเครื่องเล่นเพลง
ส่วนเครื่องเล่นวิดีโอถือว่าใช้งานได้ดีทีเดียว โดยคุณภาพที่ได้ถือว่าผ่านครับภาพลื่นไหลไม่มีกระตุก ดูแล้วเนียนตาดีรองรับไฟล์วิดีโอแบบ XviD และ DivX ได้ด้วย ทั้งนี้ไฟล์มาตรฐานที่รองรับก็จะมีทั้ง MPEG4, H.263, H.264 และ WAV
กล้องถ่ายรูป และวิดีโอ
+ ตัวกล้องที่ติดมาเป็นแบบ 5 ล้านพิกเซลกำลังดี ซึ่งก็จะให้คุณภาพของภาพสูงสุดที่ 2048 x 1536 และดีหน่อยที่ยังคงมีไฟแฟลช LED พร้อมกับโหมดถ่ายภาพแบบ Auto Focus, Image Stabilizer สำหรับป้องกันการสั่นไหว และระบบตรวจจับใบหน้า Face Detection รวมถึงเพิ่มเอาระบบถ่ายภาพแนบพิกัด GPS ด้วย Geo-Tagging ลงไปในภาพให้เอาไปใช้งานในแผนที่นำทาง GPS ได้เป็นอย่างดี
แต่ในแง่ของคุณภาพแล้วถือว่ายังใช้ได้ อยู่ในระดับกลางๆ ไม่ถึงกับดีเลิศ ส่วนตัวแล้วผมว่ากล้องระดับเดียวกันนี้มีหลายๆ ยี่ห้อที่ให้คุณภาพได้ชัดกว่า แต่โดยรวมๆ แล้วก็ถือว่าใช้ได้ดี มีสีสัน แต่รายละเอียดของภาพที่ได้อาจจะไม่สด และคมชัดนัก ส่วนเรื่องของการถ่ายวิดีโอบันทึกได้ขนาดสูงสุดที่ 640 x 480 ด้วยความเร็วเฟรมเรตที่ 24 fps ซึ่งก็ถือว่าเป็นคุณภาพวิดีโอระดับกลางๆ บนไฟล์ MP4
การเชื่อมต่อที่รองรับ
+ ทั้งนี้ตัวเครื่องสามารถรองรับระบบเครือข่าย 3G-HSDPA ได้ แต่ในไทยนั้นยังไม่มีระบบนี้ให้ใช้ ผมก็เลยต้องขอตัดข้อดีอันนี้ไป ก็จะเหลือแค่ให้เราใช้บนเครือข่าย GSM เท่านั้นโดยคลื่นความถี่ที่รองรับได้นั้นจะเป็นแบบ ควอดแบรนด์ (Quad-band) แบบ 4 ย่านความถี่คือ 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz แน่นอนว่ามันต้องสามารถเชื่อมต่อแบบผ่านบริการ GPRS และ EDGE ซึ่งเป็น Class 10 ได้ด้วย ซึ่งมันช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อได้ตลอดเวลาสำหรับ Push Email หรือจะ BB Chat ก็ใช้ได้ดีตามมาตรฐานอยู่แล้ว
ฝากไว้นิดนึงนะครับ หากจะใช้เครื่อง BlackBerry ไม่ว่าจะรุ่นใด ก็ตามเราควรจะเลือกใช้บริการที่มีโปรโชั่นสำหรับใช้กับเครื่อง BlackBerry โดยเฉพาะดีกว่า เพราะว่าบางทีหากเผลอค่าบริการอาจมาด้วยราคาที่น่าตกใจก็ได้นะ (ผมเคยเผลอโดนมาแล้ว) หรือหากจะให้ปลอดภัยจริงๆ ก็เข้าไปตั้งค่าใน Manage Connection แล้วเลือก Mobile Network Option เลือก Data Service ให้เป็น Off ซะก็น่าจะใช้ได้แล้วสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้โปรโมชั่นสำหรับ BlackBerry จริงๆ
รุ่นนี้มี Wi-Fi มาให้ในมาตรฐาน 802.11 b/g/n รวมถึงการรองรับเทคโนโลยี UMA ที่ทำให้การเชื่อมต่อมีความลงตัวสมบูรณ์แบบขึ้น แน่นอนว่าตัวเครื่องยังคงมี Bluetooth มาให้ด้วย โดยรุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่น 2.1 ที่สามารถใช้งานรูปแบบของโปรไฟล์ A2DP / AVRCP ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้สำหรับการต่อฟังเพลงแบบไร้สายบนหูฟัง หรือชุดลำโพงบลูทูธสเตอริโอนั่นเอง
ความเห็น และบทสรุปผลการทดสอบ
+ โดยรวมแล้ว BlackBerry Torch เป็นรุ่นที่ค่อนข้างรวมเอาความโดดเด่นทั้ง 2 รูปแบบเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นจอสัมผัส แล้วก็แป้นคีย์บอร์ด QWERTY อย่างลงตัวในรูปแบบของฝาสไลด์ที่ดูแล้วใช้งานได้สะดวก และคล่องตัวดีมากๆ แถมยังได้จอใหญ่กว่ารุ่น Bold หรือรุ่นยอดนิยมอย่าง 8520 อีกด้วย นอกจากนี้แล้วตัวจอสัมผัสถือว่าเป็นจอสัมผัสจริงๆ ในแบบ Multi-touch สามารถใช้ปลายนิ้วลากซูม เข้า-ออก เพื่อดูรูปภาพได้ซะด้วย และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือระบบ Social Feeds ที่มาในรูปแบบของการรายงานข้อมูลข่าวสารในเว็บบล็อก หรือแม้แต่ BB Messenger เองก็จะแสดงรายการเป็น RSS Feeding ได้ เรียกว่าเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับขาแชทตัวยงเลยทีเดียว เพื่ออัพเดทข่าวสารอะไร เราได้รู้หมด ถือว่าเป็นรุ่นที่ออกมาเอาใจทั้งสายแชท และสายบันเทิงจริงๆ แต่ถ้าดูเรื่องราคาเปิดตัวแล้วถือว่าสูงอยู่พอสมควร ผมเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนเห็นราคาแล้วถอยหนีก็เป็นได้ เพราะเพิ่มเงินอีกนิดก็ได้ iPhone4 ที่เป็นคู่แข่งรายสำคัญมาครอบครอง หรือไปจับรุ่นที่เป็น Android เจ๋งๆ แถมเงินยังเหลือกลับบ้านอีก เรื่องราคาน่าจะทำให้ Torch ตัวนี้ไปได้ยาก
ข้อมูลตัวเครื่อง
เครือข่ายที่รองรับ
• รองรับระบบ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
• รองรับระบบ 3G - HSDPA 2100 MHz
• ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE
ขนาดตัวเครื่อง
• ขนาด 112.5 x 62.2 x 14 มิลลิเมตร
• น้ำหนัก 160 กรัม
หน้าจอแสดงผล
• จอแสดงผลแบบ TFT Capacitive Touchscreen ขนาด 3.2 นิ้ว
• เทคโนโลยีจอสัมผัส Multi-touch
• มีแป้นกด QWERTY จำลองพร้อมระบบพิมพ์ Swype
• ระบบ Accelerometer Sensor หมุนปรับหน้าจออัตโนมัติ
ระบบเสียง
• เสียงเรียกเข้า Polyphonic / MP3
• ระบบสั่นเตือนในตัว (Vibration in Phone)
• บันทึกเสียง (Sound Record) WAV, AMR
• ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
หน่วยความจำ
• หน่วยความจำเครื่อง 4 GB, RAM 512MB, ROM 512GB
• เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 32GB
• สมุดรายชื่อบันทึกแบบไม่จำกัด
การส่งผ่านข้อมูล
• รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n / UMA technology
• micro USB 2.0
• Bluetooth 2.1
• รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP)
• 3G-HSDPA 7.2 Mbps, HSUPA 2 Mbps
• GPRS / EDGE class 10
• อินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ HTML
• รับ-ส่งข้อความ SMS (Threaded view), MMS, Push Email, IM
• ระบบนำทาง GPS แบบ A-GPS
กล้องถ่ายรูป
• กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED
• ระบบ Auto Focus, Face Detection
• ตั้งค่าระบบ Auto Focus แบบ ปกติ หรือถ่ายใกล้ (Close-up)
• ระบบถ่ายภาพ Image Stabilizer, Geo-Tagging
• จับเวลาถ่ายภาพ 2 / 5 / 10 วินาที
• ขนาดภาพ (Image Size) 640 x 480 / 1024 x 768 / 2592 x 1944
• คุณภาพของภาพ (Quality) ต่ำ / ปกติ / ดี
• สมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / แสงกลางวัน / แสงฟลูออเรสเซ้นต์ / แสงหลอดไฟสีส้ม / กลางคืน
• โหมดถ่ายภาพ อัตโนมัติ, ตรวจจับใบหน้า, แนวตั้ง, แนวนอน, กีฬา, ปาร์ตี้, ใกล้, หิมะ, ชายหาด, กลางคืน, ไวท์บอร์ด
• เอฟเฟกต์ (Effect) ขาวดำ / ซีเปีย / สีขาว (White Board)
• ถ่ายวิดีโอ MP4 ขนาด 640 x 480 @ 24 fps
คุณสมบัติทั่วไป
• ปุ่มช็อตคัทสำหรับล็อกแป้นกดและจอภาพ (Screen Lock Shortcut)
• ปุ่มช็อตคัทสำหรับโหมดปิดเสียง (Silent Mode Shortcut)
• รองรับการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Commands)
• ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS v6
• ซีพียูความเร็ว 624 MHz
• เพิ่มพื้นที่ หรือ Fields ในสมุดโทรศัพท์ได้
• แสดงภาพโทรเข้า (Caller Picture)
• รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ)
• เครื่องเล่นวิดีโอ MP4 / H.263 / H.264 / WMV / Xvid / DivX
• เครื่องเล่นเพลง MP3 / AAC+ / WMA
เครื่องมือการจัดการ
• จัดการไฟล์, ปฏิทิน, บันทึกรายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, เครื่องอ่านเอกสาร Word to Go (DOC) / Sheet to Go (XLS) / Slideshow to Go (PPT), เครื่องบันทึกรหัส Password Keeper
คุณสมบัติเพิ่มเติม
• ฟังก์ชั่นการโทรออกด้วยเสียง (Voice Dial)
• BlackBerry App World สามารถดาวโหลดแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้
• รองรับโปรแกรม Google, Twitter, Facebook, Social feeds
ราคาโดยประมาณ 21,900 บาท
ราคาปัจจุบัน 15,900 บาท (อัพเดทล่าสุดวันที่ 04-09-54)
 |
http://best24payturn.com/wisarupa