Mobilemag ทุกสาระความบันเทิงที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต้องการ



iPad 2 Wi-Fi + 3G
User Rating: / 25
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย Webmaster   
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2011 เวลา 09:07 น.
Share

iPad 2 Wi-Fi + 3G

แท็บเล็ตอันดับหนึ่ง ที่คนนิยมซื้อใช้งาน

+ ย้อนกลับไปเมื่อ iPad ออกวางจำหน่าย ซึ่งในเวลานั้นต้องยอมรับเลยว่า ตลาด Tablet ยังไม่โตอย่าง ณ ปัจจุบันนี้ ถึงกระนั้น iPad ก็ยังคงเป็นที่หนึ่ง มียอดขายที่สูงกว่าอีกหลายๆ แบรนด์ ที่ลงมาสู้กันในตลาด Tablet นี้ จนกระทั่ง iPad 2 ออกมาวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือน พฤษภาคม 54 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเครื่องแต่ละล็อตที่ส่งเข้ามาขายนั้นจะน้อยมาก แต่ด้วยความเป็นประเทศไทยของเราเนี่ยแหละ ไม่ว่าของจะมากี่ครั้ง กี่ตัว ก็ขายหมดตลอด จนกลายเป็นกระแสไปแล้ว ว่า iPad 2 ที่แห่กันซื้อนั้นมันดียังไง และมันแตกต่างจาก iPad รุ่นก่อนอย่างไร แต่การที่จะพูดถึงข้อแตกต่างนั้นไม่ยากครับ เพราะว่ามีอยู่ไม่มากสำหรับการเปลี่ยนแปลงจาก iPad สู่ iPad 2

แต่ก่อนที่เราจะมาสรุปกันว่า มันดีอย่างไร และตรงไหนบ้างที่แตกต่างจากรุ่นเดิม เราคงต้องค่อยๆ มาดูในแต่ละส่วนกันก่อน แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับ คนที่จะซื้อ iPad 2 คงต้องยอมอดข้าวกันหน่อยหล่ะ เพราะว่าตัวเครื่องราคาแรงเหมือนกัน อีกทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ iPad 2 เองก็มีราคาที่ค่อนข้างจะสูง ยังไงก็คิดๆ กันก่อนที่จะซื้อนะครับ ว่ามันคุ้มหรือเปล่ากับการที่เราอาจจะต้องอดข้าวเป็นเดือนๆ เพื่อมาซื้อ iPad 2 ที่จัดได้ว่ามีคนต้องการมากที่สุด ณ เวลานี้

 

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ iPad 2 Wi-Fi + 3G

จอสัมผัสขนาดใหญ่ 9.7 นิ้ว แบบ LED-backlit IPS TFT Capacitive Touchscreen

กระจกป้องกันรอยขีดข่วนแบบ Oleophobic display

ระบบ Accelerometer Sensor หมุนกลับหน้าจออัตโนมัติ

ระบบ Three-axis gyro sensor หมุนจอได้ 3 แกน

ระบบ Ambient light Sensor ปรับแสงสว่างของไฟหน้าจออัตโนมัติ

ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 4.3

ซีพียู Dual-core 900 MHz ARM Cortex-A9 processor, PowerVR SGX543MP2 GPU, Apple A5 chipset

กล้องดิจิตอล หน้า 1 ล้านพิกเซล / หลัง 3 แสนพิกเซล

รองรับการใช้งาน FaceTime (การสนทนาแบบเห็นหน้า)

หน่วยความจำตัวเครื่อง 16 GB / 32 GB / 64 GB, RAM 512 MB

รองรับระบบ GSM Quad-band และ 3G-HSDPA

รองรับการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n

มีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

สามารถดาวโหลดโปรแกรมเพิ่มเติมจาก App Store ได้

 

ข้อเสีย เล็กๆ น้อยๆ ของ iPad 2 Wi-Fi + 3G

ไม่สามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้

วัสดุตัวเครื่องด้านหลัง อาจจะเกิดรอยได้ง่าย

ความละเอียดของกล้องน้อยมาก

อุปกรณ์เสริมแต่ละชิ้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง

สายเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เป็นสายเฉพาะสำหรับ iPad 2 เท่านั้น

 

วัสดุ รูปทรง และงานออกแบบ

+ สำหรับ iPad 2 มีให้เลือกใช้งาน 2 สี คือ ขาว และดำ แน่นอนว่าตามกระแสแล้วสีขาวจะมีความนิยมมากกว่า และของน้อยกว่า เพียงแต่ใครชอบสีไหนแล้วแต่เลยครับ เพราะว่าสีจะแตกต่างกันก็ที่ด้านหน้าเท่านั้น ส่วนจุดแตกต่างระหว่าง Wi-Fi กับ Wi-Fi + 3G ให้ดูที่ตัวเครื่องด้านหลังครับ ทางด้านบนจะมีแถบสีดำอยู่นั่นบ่งบอกว่าคือรุ่น Wi-Fi + 3G ถ้าเกิดไม่มีแถบสีดำก็คือรุ่น Wi-Fi นั่นเอง

เรามาดูดีไซน์ของตัวเครื่องกันบ้าง ที่ด้านหน้าของ iPad 2 บริเวณด้านบนจะมีกล้องดิจิตอลรอง (หน้า) สำหรับใช้งานฟังก์ชั่น FaceTime รวมถึงสามารถถ่ายรูป และวิดีโอได้ที่ความละเอียด VGA ส่วนตรงกลางจะมีหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ถึง 9.7 นิ้ว ส่วนด้านล่างจะเป็นปุ่มสำหรับกลับสู่หน้าจอหลัก หรือว่าออกจากฟังก์ชั่นหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ หรือที่เรียกว่าปุ่ม Home นั่นเองครับ

มาดูกันต่อที่ด้านบนครับ ทางด้านซ้ายมือจะเป็นช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร (ขนาดมาตรฐาน) ส่วนทางด้านขวามือมีปุ่มสำหรับเปิด / ปิดหน้าจอ และเปิด / ปิดเครื่อง

ทางด้านขวามือ บริเวณด้านบนจะมีสวิตซ์เลื่อนขึ้น / ลง สำหรับเปิด และปิดเสียง ถัดลงมาทางด้านล่างมีปุ่มลด หรือเพิ่มระดับเสียง และทางด้านขวามือส่วนบนจะเป็นช่องสำหรับใส่ micro Sim ส่วนตัวเครื่องด้านล่างมีช่องสำหรับเชื่อมต่อสายเข้ากับ iPad 2 และเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับโปรแกรม iTunes เพื่อจัดการกับแอพพลิเคชั่นในตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างทางฝั่งขวามือจะเป็นช่องลำโพงเสียง

สุดท้ายที่ด้านหลังเครื่อง ตรงบริเวณด้านบนมุมขวาจะเป็นกล้องดิจิตอลหลัก (หลัง) ความละเอียดที่ 1 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอได้ที่ขนาด HD 720p และทางด้านล่างขวามือเป็นช่องลำโพงเสียงเหมือนกัน (ลำโพงจะอยู่คาบเกี่ยวกันตรงส่วนด้านหลัง และด้านล่าง) ส่วนบริเวณตรงกลางด้านหลังจะเป็นโลโก้ Apple สีดำ ที่บ่งบอกว่าเป็นสินค้าจากแบรนด์ Apple ส่วนด้านล่างจะมีรายละเอียดของชื่อรุ่น ขนาด ดีไซน์ และ IMEI และ Serial ของตัวเครื่อง

 

คุณภาพหน้าจอแสดงผล

+ เรื่องของหน้าจอ iPad 2 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว แบบ LED-backlit IPS TFT Capacitive Touchscreen พร้อมด้วยหน้าจอแบบ Oleophobic สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี พร้อมกับฟังก์ชั่นที่ขาดเสียมิได้คือ Accelerometer Sensor ระบบหมุนกลับหน้าจออัตโนมัติ ทำให้เวลาที่เราใช้งานพลิกเครื่อง iPad 2 ไปมา หน้าจอจะหมุนโดยอัติโนมัติได้เลยทันทีแบบ 3 แกน (กลางไปซ้าย, กลางไปขวา และหมุน) แต่เราก็สามารถที่จะล็อคฟังก์ชั่นนี้ไม่ให้หมุนโดยอัตโนมัติได้เช่นกัน โดยการกดปุ่ม Home 2 ครั้ง จะมีแถบเมนูด้านล่างขึ้นมา แตะที่เมนูด้านล่าง และเลื่อนไปทางขวามือ ทางฝั่งซ้ายสุดจะมีไอคอนสำหรับล็อคหน้าจอการแสดงผลไม่ให้หมุนโดยอัตโนมัติ ส่วนอีกหนึ่งฟังก์ชั่นคือ Ambient light Sensor ระบบปรับแสงสว่างของไฟหน้าจออัตโนมัติ มันจะทำงานก็ต่อเมื่อเราเปิดหน้าจอขึ้นมาเพื่อใช้งาน ตัวรับแสงจะปรับแสงให้โดยอัตโนมัติ แต่แสงของตัวเครื่องที่ถูกปรับโดยอัตโนมัติจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแสงตรงจุดที่เราใช้งานอีกด้วย และก็เช่นกันเราสามารถที่จะตั้งค่าแสงที่หน้าจอได้เอง โดยแตะเข้าไปที่ไอคอนฟังก์ชั่น Settings และแตะเลือกที่เมนูทางฝั่งซ้ายเลือก Brightness & Wallpaper เราสามารถที่จะแตะเพื่อเพิ่ม หรือลดความสว่างของหน้าจอได้เลยทันที และยังสามารถที่จะปิดฟังก์ชั่นนี้ไม่ให้ปรับแสงหน้าจออัตโนมัติได้เช่นกัน

สำหรับหน้าจอการแสดงผลนั้นสามารถแสดงได้ที่ขนาด 1024 x 768 พิกเซล ทำให้เวลาที่เราเล่นเว็บสามารถที่จะเห็นรายละเอียดได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ ที่มีหน้าจอขนาดที่เท่ากัน และถ้าเกิดเราเล่นเว็บ หรือใช้งานแอพพลิเคชั่น และเราต้องการที่จะเซฟภาพหน้าจอเก็บไว้เพื่อดูย้อนหลัง หรือเราได้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน App จากธนาคาร และต้องการเก็บไว้เป็นหลักฐาน สามารถกด Capture Picture ได้แบบง่ายๆ โดยการกดปุ่ม Home พร้อมกับปุ่มเปิด / ปิดการใช้งานที่ด้านบนมุมซ้าย ถ้าเรากดถูกต้องจะมีเสียงดังแจ้งเรา ให้ทราบว่าภาพได้ถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว และเราสามารถที่จะไปดูรูปภาพได้ที่ไอคอน Photos ได้

 

ฟีเจอร์สำคัญภายในเครื่อง

+ iPad 2 มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ iOS เวอร์ชั่น 4.3 ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า iOS นั้นมีความเสถียรค่อนข้างสูง ตั้งแต่การใช้งานตัวเครื่องโดยรวม การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ไม่ค่อยเกิดอาการของระบบแฮงค์ได้ง่ายๆ ถือได้ว่าเป็นระบบที่น่าใช้งานในระดับต้นๆ ส่วนการใช้งานฟังก์ชั่น iPad 2 นั้น สามารถเปิดใช้งานโปรแกรมได้มากกว่า 10 โปรแกรม และกดปุ่ม Home 2 ครั้ง เพื่อเลือกสลับการใช้งานระหว่างโปรแกรมได้เป็นอย่างดี ลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วงเวลาสลับใช้งานโปรแกรม ส่วนสำคัญเลยคือมาจากซีพียูแบบ Dual-core นั่นเอง ที่ทำให้การใช้งานมีความรวดเร็ว และไม่เกิดอาการหน่วงเวลาใช้งาน

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เด่น ที่มาพร้อมกับ iOS 4.3 นั่นก็คือ FaceTime นั่นเอง วิธีการใช้งานอย่างแรกเลย แตะที่ไอคอน FaceTime เพื่อยืนยันตัวตนก่อน โดยที่เราต้องใส่รายละเอียดของ Apple ID เพื่อยันยัน และเปิดใช้งาน FaceTime ซึ่งหลังจากที่กรอกรายละเอียดเสร็จแล้วต้องเข้าไปเช็คอีเมล์เพื่อกดยืนยันอีกครั้ง จากนั้นจะสามารถใช้งาน FaceTime ได้ แต่การใช้งานนั้นต้องมีรายละเอียดของ Contact ในเครื่อง iPad 2 ด้วย ซึ่งเราจะต้องทำการซิงค์ข้อมูลกับ Microsoft Outlook และ iPad 2 ก่อน ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อเราทำการซิงค์ Contact ได้มาแล้ว ให้เราแตะไปที่ไอคอม FaceTime จากนั้นทางฝั่งขวามือจะมีรายชื่อใน Contact มา ให้เราเลือกเบอร์เพื่อนของเรา ที่ใช้งาน iPhone หรือ iPad 2 ที่เปิดใช้งาน FaceTime แล้วเท่านั้น จึงจะสามารถใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้ อีกอย่างการใช้งาน FaceTime ต้องใช้งานผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi กับ 3G เท่านั้น

 

ส่วนอีก 1 ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือ Photo Booth สำหรับโปรแกรมนี้ก็คือโปรแกรมเสริมของกล้องนั่นเอง เมื่อเราเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะมีรูปแบบของการถ่ายภาพให้ 9 แบบ โดยที่เราสามารถดูตัวอย่างได้จากแบบเลย ถ้าเราต้องการที่จะถ่ายภาพแบบไหน ก็สามารถคลิกไปที่แบบนั้นได้ทันที และก็สามารถเลือกที่จะถ่ายจากกล้องหน้า หรือกล้องหลังได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นอีก 1 โปรแกรมที่น่าใช้งานครับ และเมื่อเราเริ่มทำการถ่ายภาพ หรือว่าซิงค์ภาพจากคอมพิวเตอร์ เราก็สามารถเปิดดูภาพแบบสไลด์โชว์ได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปิดหน้าจอ หลังจากนั้นกดปุ่ม Home หรือกดเปิดหน้าจออีกที แต่เรายังไม่ต้องแตะ slide to unlock นะครับ ให้สังเกตทางด้านขวาจะมีไอคอนฟังก์ชั่นดูภาพแบบสไลด์อยู่ ให้แตะที่ไอคอนเราก็จะสามารถแปลง iPad 2 เป็นอัลบั้มภาพแบบดิจิตอลได้ทันที

ใครที่ชอบเล่นเกมลองฟังก์ชั่นนี้เลยครับ Game Center ซึ่งเราจะต้องลงทะเบียนอีกเช่นเคย ซึ่งหลังจากที่ลงทะเบียนเสร็จแล้ว จึงจะสามารถใช้งาน Game Center ได้ เรามาต่อกันที่เมื่อเราลงทะเบียนเสร็จ ตัวโปรแกรมก็จะมีรายละเอียดการจัดการในส่วนของเกม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเกมเพื่อติดตั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นเกมที่มีคนเล่นเยอะๆ มีการแอดเพื่อนเพื่อเล่นเกมร่วมกัน ดูรายละเอียดของเกมที่เราเล่น ร่วมถึงตอบรับคำเชิญจากเพื่อนๆ ที่เชิญเราให้เล่นเกม ถือได้ว่าเป็นการจัดการรายละเอียดสำหรับเกมที่ดีครับ

และฟังก์ชั่นที่เด่นสุดของระบบปฎิบัติการ iOS ก็คือ App Store นั่นเอง ซึ่งใน App Store นี้จะเป็นการรวมโปรแกรมทั้งหมดทั้งมวลของ iPad 2 และ iPhone ทั้งหมดมาแบ่งไว้ตามหมวดหมู่ ซึ่งแน่นอนว่าโปรแกรมที่เราสามารถลงได้นั้นมีทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน (ตัดจากบัตรเครดิตที่เราได้ลงทะเบียนไว้ใน Apple ID ซึ่งการจะเสียเงินทุกครั้ง เราจะต้องใส่พาสเวิร์ดก่อนเสมอ) หรือจะซื้อผ่านทาง iTunes Store ก็ได้เหมือนกัน

 

กล้องถ่ายรูป และวิดีโอ

+ ในเรื่องของกล้องดิจิตอลกับ iPad 2 คงต้องบอกตรงๆ เลยครับว่า ความละเอียดน้อยเกินไป ถึงแม้ว่าจะมีกล้องมาให้ 2 ตัวก็ตาม แต่ความละเอียดนั้นรับไม่ได้จริงๆ กับกล้องดิจิตอลหลัก (หลัง) 1 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องดิจิตอลรอง (หน้า) ความละเอียดแค่ 3 แสนพิกเซลเท่านั้น กับเครื่องราคาขนาดนี้ ตัวกล้องน่าจะมีความละเอียดที่ไม่น่าจะต่ำกว่า 3 – 5 ล้านพิกเซล อีกทั้งฟังก์ชั่นสำหรับกล้องนั้นคงไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะว่าไม่มีฟังก์ชั่นกล้องเลย นอกจากการเลือกสลับกล้องหลัก และรองเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะแตะเพื่อจับโฟกัส และซูมได้ ซึ่งจุดเด่นสุดของกล้องนั้นจะอยู่ที่กล้องหลักสามารถถ่ายดิวีโอแบบ HD 720p ได้

 

และถึงแม้ว่าความละเอียดของกล้องดิจิตอลจะน้อยเกินไป แต่ก็สามารถทดแทนด้วยโปรแกรมต่างๆ ที่สามารถหาดาวโหลดได้จาก App Store หรือ iTunes Store ซึ่งโปรแกรมต่างๆ เหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กลับภาพถ่าย หรือว่าการเปลี่ยนเลนส์จำลองของกล้องให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความแตกต่าง หรือแม้กระทั่งการถ่ายวิดีโอในรูปแบบของฟิลม์ต่างๆ เพียงแต่ต้องมีการลองใช้โปรแกรมกันหน่อย เพราะว่าของฟรีก็มีดี และฟรีแล้วไม่ดีก็มีเยอะ รวมถึงโปรแกรมที่เสียเงินซื้อก็มีทั้งดีและไม่ดีเหมือนกัน ซึ่งในส่วนของโปรแกรมไว้ในโอกาสต่อไป เราจะมานำเสนอกันให้ว่าโปรแกรมไหนน่าใช้อย่างไรสำหรับ iPad 2

 

ฝากไว้นิดครับในเรื่องของ App ที่เราจะซื้อนั้น บางโปรแกรมอาจจะมีให้ทดลองใช้งานกันก่อน ว่าถูกใจไม่ถูกใจอย่างไร อย่างแรกลองเลือกของฟรีแล้วใช้งานกันดูก่อน ถ้าโอเคก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ แต่ถ้าเกิดมองแล้วโปรแกรมที่เสียเงินแต่มีลูกเล่นที่มากกว่าก็ลองทดลองใช้ฟรีดูก่อน หรืออาจจะดูจากรูปภาพเพื่อเป็นการตัดสินใจ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดค่าใช้จ่ายจาก App กันอีกเยอะ เพราะว่า App ของ iPad นั้น บอกได้คำเดียวครับว่าไม่น้อย แต่อาจจะเรียกได้ว่ามหาศาลกันเลยทีเดียวครับ

 

การเชื่อมต่อที่รองรับ

+ ในรุ่นนี้จะเป็น Wi-Fi + 3G  แน่นอนว่ารองรับทั้งระบบ Wi-Fi และ 3G ซึ่งระบบ Wi-Fi พื้นที่ไหนที่มีการจ่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านวายฟาย เราก็สามารถเชื่อมต่อได้ทันที แต่ถ้าเกิดติดพาสเวิร์ดเราจำเป็นที่จะต้องรู้ด้วยว่าพาสเวิร์ดคืออะไร ไม่งั้นก็ไม่สามารถเชื่อมต่อกับวายฟายได้ ส่วน 3G เราจำเป็นต้องใส่ micro Sim ก่อนเพื่อเปิดใช้งานด้าน 3G ซึ่งซิมสำหรับ 3G นั้นตอนนี้ก็มีเกือบทุกเครือข่ายละครับ อย่างไรก่อนจะเลือกซื้อซิมมาใช้งาน 3G ต้องคิดเสมอว่า 3G นั้นสามารถใช้งานได้บางจุดที่มีสัญญาณ ซึ่งถ้าเกิดไม่มีสัญญาณ 3G ตัวเครื่องก็จะทำการเชื่อมต่อเป็น EDGE แทน และที่สำคัญควรจะต้องดูเรื่องโปรโมชั่นค่าใช้จ่ายให้ดีด้วยนะครับ อย่างไรควรศึกษาก่อนการลงทุนครับ ^^

 

ส่วนบลูทูธในรุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่น 2.1 รองรับโปรไฟล์ A2DP / EDR และการใช้งานอินเตอร์จะใช้งานผ่านเบราเซอร์ Safari ซึ่งจะไม่รองรับการใช้งานแฟลช (Flash) ซึ่งเบราเซอร์ Safari สามารถแสดงผลได้ค่อนข้างเร็ว ถึงแม้ว่าจะแสดงผลในส่วนที่เป็นแฟลชไม่ได้ก็ตาม ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีหลายๆ เว็บที่เปลี่ยนตัวเอง และพยายามให้ในเว็บมีการใช้งานแฟลชน้อยลง เพื่อการแสดงผลในเบราเซอร์ของ Safari ให้สมบรูณ์ยิ่งขึ้น

 

ส่วนการใช้งานอีเมล์ ถือได้ว่าสะดวกดีมาก เพราะว่าสามารถสร้าง Account ได้ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Yahoo, Hotmail หรืออื่นๆ เพียงแต่จะแตกต่างกันตรงที่การตั้งค่าเล็กน้อย และอีกส่วนคือ iPad 2 ยังรองรับโปรแกรมนำทาง โดยใช้งานแผนที่จาก GoogleMap โดยใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น Maps อีกที

 

ความเห็น และบทสรุปผลการทดสอบ

+ ส่วนตัวแล้วผมมองว่า iPad 2 การใช้งานโดยรวมค่อนข้างที่จะใช้งานง่าย มีความรวดเร็วในการใช้งานอยู่ในระดับที่ดี ถึงแม้ว่าเราจะเปิดใช้งานฟังก์ชั่นมากมาย รวมถึงการสลับการใช้งานฟังก์ชั่นก็ทำได้อย่างง่ายดาย รวมถึงฟังก์ชั่นเด่นๆ ที่มาพร้อมกับ iOS เวอร์ชั่นใหม่ แต่จะมีติดจริงๆ ก็ตรงที่กล้องดิจิตอลที่ความละเอียดแค่ 1 ล้านเท่านั้น ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่เป็น Tablet ด้วยกันเองแล้วหล่ะก็สู้ใครไม่ได้เลย และที่สำคัญราคาเครื่องอาจจะแพงกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่อันนี้ต้องแล้วแต่เพื่อนๆ เลยครับ ใครชอบเล่นแบบไหน อยากซื้อแบรนด์อะไร เราต้องสรุปด้วยตัวเราเองครับ ว่าเราต้องการมันมาเพื่ออะไร หลังจากที่รู้ความต้องการของตัวเองแล้ว เดินเข้าไปที่ Shop ก่อนเลยครับ ลองเล่นตัวจริงๆ อีกที ว่ามันเป็นอย่างที่เราคิดหรือเปล่า เพราะว่า Tablet ในปัจจุบันนี้มีให้เลือกมากมายจริงๆ ทุกๆ แบรนด์ต่างหันกันมาทำ Tablet เพื่อหวังที่จะโกยเม็ดเงินตรงนี้ ยังไงผู้บริโภคอย่างเราก็ได้เปรียบอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องตัดสินใจจากตัวเราเอง และการทดลองเล่น ที่สำคัญเงินในกระเป๋าด้วยครับ ขอให้สนุกกับกระแสของ Tablet ครับผม

 

เคล็ดลับน่ารู้ของ iPad 2 Wi-Fi + 3G

ฟังก์ชั่น FaceTime จะต้องใช้งานผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi กับ 3G เท่านั้น และต้องลงทะเบียนครั้งแรกก่อนการใช้งาน

การชาร์จไฟให้กับ iPad 2 จะไม่สามารถชาร์จผ่านจากการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ จะชาร์จไฟได้ก็ต่อเมื่อเสียบสาย USB เข้ากับตัวแปลงเต้าเสียบไฟบ้าน และทำการชาร์จด้วยไฟบ้านเป็นหลัก

ก่อนที่เราจะติดตั้ง App ใหม่ๆ ให้ลองดูรายละเอียดของ App ก่อนร่วมถึงภาพประกอบว่าเป็นแนวไหนนะครับ เพื่อที่ว่าจะได้โดนใจมากที่สุด หรือใครที่มีความจุเยอะๆ ก็ไม่ต้องคิดมากครับดาวโหลดไปก่อนไม่ชอบค่อยลบออก

Game Center จะเป็นศูนย์รวมรายละเอียดเกี่ยวกับเกม ไม่ว่าจะเป็นเกมที่เราเล่นไปแล้ว ชวนเพื่อนมาเล่นเกม และอื่นๆ แต่ก่อนใช้งานต้องสมัครก่อนจึงจะสามารถใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้

 

ข้อมูลตัวเครื่อง

 

เครือข่ายที่รองรับ

รองรับระบบ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz

รองรับระบบ 3G-HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz

ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE, TOT

มีช่องใส่ micro Sim สำหรับใช้งานร่วมกับโปรโมชั่นอินเตอร์เน็ต

ไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้

 

ขนาดตัวเครื่อง

ขนาด 241.2 x 185.7 x 8.8 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 607 กรัม

 

หน้าจอแสดงผล

จอแสดงผล LED-backlit IPS TFT Capacitive Touchscreen 16 ล้านสี,

ขนาด 768 x 1024 พิกเซล (9.7")

แสดงผลแบบ Widescreen เพียงหมุนตัวเครื่อง

กระจกป้องกันรอยขีดข่วนแบบ Oleophobic

จอสัมผัสแบบ Multi-touch input method

ระบบ Accelerometer Sensor หมุนกลับหน้าจออัตโนมัติ

ระบบ Three-axis gyro sensor หมุนจอได้ 3 แกน

ระบบ Ambient light Sensor ปรับแสงสว่างของไฟหน้าจออัตโนมัติ

 

ระบบเสียง

ลำโพงเสียง

ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

หน่วยความจำ

หน่วยความจำเครื่อง 16 GB / 32 GB / 64 GB

สมุดรายชื่อบันทึกแบบไม่จำกัด

 

การส่งผ่านข้อมูล

รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n

Bluetooth 2.1

รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP / EDR)

3G-HSDPA / SUPA

GPRS / EDGE

อินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ HTML (Safari)

รับ / ส่งข้อความ SMS / Email / IM

มี A-GPS ในตัวพร้อมแผนที่ Google Maps

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องดิจิตอลหลัก (หลัง) 1 ล้านพิกเซล – 1024 x 768

กล้องดิจิตอลรอง (หน้า) 3 แสนพิกเซล

แตะเพื่อจับโฟกัส (Touch Focus)

แตะเพื่อซูมภาพ (Touch Zoom)

ถ่ายวิดีโอขนาด HD 720p @ 30 fps สำหรับกล้องหลัก (สามารถซูมดิจิตอลได้ 5 เท่า)

ถ่ายวิดีโอขนาด VGA สำหรับกล้องรอง

 

คุณสมบัติทั่วไป

ระบบปฏิบัติการ iOS 4.3

ซีพียู Dual-core 900 MHz ARM Cortex-A9 processor, PowerVR SGX543MP2 GPU, Apple A5 chipset

รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ)

เครื่องเล่นวิดีโอ MPEG4

เครื่องเล่นเพลง MP3 / AAC / WAV

 

เครื่องมือการจัดการ

ปฏิทิน, สมุดบันทึก, เกม (ดาวโหลดได้จากโปรแกรม App Store)

 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

App Store สำหรับดาวโหลดโปรแกรมเพิ่มเติม

เข็มทิศดิจิตอล (Digital Compass)

ช่องต่อสัญญาณ TV-Out

ตัวเครื่องมี 2 สี ขาว / ดำ

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ตัวเครื่อง iPad 2

แบตเตอรี่ Li-Po - 6930 mAh

สาย USB cable (เฉพาะของ Apple)

อะแดปเตอร์ไฟแบบ USB

คู่มือ iPad 2

 

ราคาโดยประมาณ 64 GB / 22,900 บาท (อัพเดทล่าสุดวันที่ 14-10-54)

ความเห็น (0)add
เขียนแสดงความเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 

 

 

 

 

 
Mobilemagazine