Mobilemag ทุกสาระความบันเทิงที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต้องการ



LG Wink 2 SIMs (C310)
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย Webmaster   
วันอาทิตย์ที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 22:48 น.
Share

LG Wink 2 SIMs (C310)

โทรศัพท์สำหรับมือใหม่หัดแชท กับความสามารถในแบบ 2 ซิม

เชื่อว่าสาวกแอลจี (LG) เองต้องรู้จักกับโทรศัพท์ซีรี่ย์ Wink อย่างแน่นอน แต่มีหลายคนอาจจะยังไม่เคยลอง หรือได้รู้จักกับชื่อนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วซีรี่ย์ Wink นั้นเป็นกลุ่มเดียวกับ Cookie Series ซึ่งเป็นกลุ่มของฟีเจอร์โฟนที่มีความน่าสนใจในรูปแบบของฟีเจอร์เครื่องที่ติดตัวมาให้ตามสมัย แต่เนื่องจากว่ามีแป้นคีย์บอร์ด full-QWERTY ในบ้านเราจึงใช้ชื่อว่า Wink ไปโดยปริยาย

โดยซีรี่ย์ Wink นั้นเริ่มจาก Wink (C105) ตามมาด้วย Wink Slide (C320) และที่ผมได้มาล่าสุดนั้นก็คือ Wink 2 SIMs (C310) ซึ่งออกมาก่อนตัว Wink Slide แต่ที่เพิ่งได้มาเพราะทางค่ายส่งมาให้เราทดสอบช้าไป เลยดูๆ จะตกข่าวตกรุ่นไปหน่อย แต่ความน่าสนใจก็คือเป็นมือถือระบบ 2 ซิม แล้วก็เป็นแชทโฟนด้วยในตัว เราเลยอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วมันต่างจาก Wink ตัวอื่นๆ อย่างไรก็เท่านั้น

 

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ LG Wink 2 SIMs (C310)

- รองรับทั้งระบบเครือข่าย Quad-band GSM ทั้ง 2 ซิม

- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ดในเครื่องเดียว

- หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 2.4 นิ้ว 240 x 320 พิกเซล

- เลือกแสดงผลรูปแบบเมนูทั้งแบบ Grid Style และ List Style

- เพิ่มการ์ด microSD ได้สูงสุดที่ 4 GB

- ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ทำให้หาหูฟังมาใส่ง่าย

- วิทยุ FM Stereo ในตัว, พร้อมระบบอัดเสียง FM Record

- ติดตั้งโปรแกรม Social Network ครบ

- แป้นพิมพ์ข้อความแบบ full-QWERTY

 

ข้อเสีย เล็กๆ น้อยๆ ของ LG Wink 2 SIMs (C310)

- กล้องความละเอียดน้อย และไม่มีไฟแฟลช LED, ไม่มี Auto Focus

- ไม่รองรับการใช้งาน Wi-Fi

- โหลดข้อมูลในการ์ดหน่วยความจำได้ค่อนข้างช้า

- จอแสดงผลสู้แสงจ้าได้ไม่ดีนัก

- ไม่รองรับการอ่านเอกสาร Office

- ไม่รองรับ GPS

 

วัสดุ รูปทรง และงานออกแบบ

สำหรับงานออกแบบของ LG Wink 2 SIMs นั้นอาจจะดูแล้วค่อนไปทาง BlackBerry อยู่เหมือนกัน นั่นเป็นเพราะซีรี่ย์อย่าง Wink นั้นค่อนข้างจะเป็นแชทโฟนที่เหมาะกับวัยรุ่น หรือบุคคลที่ชอบโทรศัพท์ที่พิมพ์ข้อความได้ดีที่สุด  เพราะด้วยแป้น full-QWERTY ที่มีช่วยให้เราสามารถพิมพ์ข้อความได้ถนัดมือสุดๆ เรียกว่ายกรูปแบบของแป้นคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์มาวางไว้บนตัวโทรศัพท์เลยก็ว่าได้ สำหรับสีสันนั้นไม่ต้องพูดถึงซีรี่ย์นี้เขาใช้สีสันอย่างแสบสันอยู่แล้ว เพราะจุดมุ่งหมายคือเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่น คนอินเทรนด์ครับ ส่วนวัสดุนั้นต้องบอกว่ายังเป็นรุ่นที่ไม่เน้นความสวยงามทางวัสดุมากมายนัก แต่โดยรวมๆ แล้วก็ดูทันสมัยเข้าตาดีทีเดียวครับ

ทีนี้มาดูรายละเอียดรอบๆ ตัวเครื่องกันบ้าง โดยบริเวณด้านหน้าตัวเครื่องนอกจากจอแสดงผลแล้วก็จะมีชุดปุ่มควบคุมต่างๆ เริ่มจากฝั่งซ้ายมือมีปุ่มโทรออก / รับสาย, ปุ่มซ็อพต์คีย์สำหรับเข้าหน้าเมนูหลักอย่าง My Stuffs (ในสถานะหน้าจอหลัก) คั่นกลางด้วยปุ่มฟังก์ชั่นเมนู 5 ทิศทาง และหากกดปุ่มกลางก็จะเข้าสู่หน้าเมนูหลักด้วย ถัดไปก็จะเป็นปุ่มซ็อพต์คีย์ที่เอาไว้เข้าดูสมุดโทรศัพท์ (ในสถานะหน้าจอหลัก) และยกเลิกคำสั่ง ถัดไปทางขวาก็จะเป็นปุ่มวางสาย และเปิด / ปิดเครื่อง

สำหรับตัวแป้นคีย์บอร์ด QWERTY จะเป็นแป้นแบบ 4 แถว และถูกจัดวางไว้ได้อย่างลงตัวดีเช่นเคยตามสไตล์แอลจีเค้าละครับ เน้นให้ปุ่มกดดูใหญ่จัดวางไม่เบียดกันมาก และแน่นอนว่าบนตัวปุ่มกดต่างๆ นั้นยังมีซ่อนเมนูช็อตคัทไว้เหมือนเช่นเคย แต่ก็น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่มีมีปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปแยกมาให้ใช้งานซะอย่างนั้น เวลาถ่ายก็ใช้วิธีการกดตรงกลางปุ่ม 5 ทิศทางเอา สำหรับการจัดวางปุ่มกด และช่องต่อต่างๆ ก็มีดังนี้ ส่วนด้านบนหัวเครื่องจะมีช่องเสียบต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านซ้ายมือจะมีช่องต่อสาย micro-USB พร้อมฝาปิดกันฝุ่นละออง ส่วนทางฝั่งขวามือของเราจะมีปุ่มปรับเสียงลำโพง (Volume) และปุ่มกดสำหรับสลับการใช้งานซิมทั้ง 2 ซิมได้ถนัดมือ และคล่องตัวขึ้น ส่วนการ์ด microSD และช่องใส่ซิมการ์ดจะถูกติดตั้งไว้ใต้ตัวแบตเตอรี่อีกที เวลาเราจะถอดเปลี่ยนก็จำเป็นต้องปิดเครื่อง และถอดแบตเตอรี่ก่อน

 

คุณภาพหน้าจอแสดงผล

อินเตอร์เฟสเมนูนั้นยังเป็นมาตรฐานของ LG ยกกันมาเลย ซึ่งตัว Wink ซีรีย์อื่นๆ นั้นก็เหมือนกันเลยครับ ซึ่งลักษณะการทำงานนั้นคล้ายกับ Flash UI ที่ถือว่าเป็นอินเตอร์เฟสเมนูที่น่าใช้งาน และก็มีหลายๆ รุ่นในกลุ่มมือถือฟีเจอร์โฟนหลายๆ รุ่นของ LG ใช้งานอยู่เหมือนกันครับ ดังนั้นการแสดงภาพไอคอนกราฟฟิกต่างๆ จึงดูสวยงาม และลงตัวดี ถือว่า LG Wink 2 SIMs นั้นมีอินเตอร์เฟสเมนูที่ดูน่าใช้งานดีมากๆ เลยทีเดียวละครับ

ทั้งนี้ LG Wink 2 SIMs จะใช้จอแสดงผลสีแบบ TFT-LCD 262,000 สี ขนาดแสดงผล 2.4 นิ้ว (240 x 320) จะว่าไปก็มีขนาดใหญ่กว่าตัว Wink Slide อยู่นิดหน่อยนะ แถมรูปแบบเมนูที่เลือกตั้งค่าการแสดงได้ 2 แบบ คือแบบ Grid Style จะแสดงผลเป็นแบบตาราง และแบบ List Style จะแสดงผลแบบเป็นรายการ และสามารตั้งค่าเลือกธีมเมนูแบบต่างๆ ได้มากมาย แถมยังสามารถเลือกตั้งค่าแสดงขนาดของตัวอักษร ได้ทั้งแบบเล็ก ปกติ และใหญ่ นอกจากนี้ตัวไอคอนช็อตคัทที่อยู่บนหน้าจอโฮมสกรีนนั้นก็ดูน่าสนใจ แถมยังแสดงผลตัวเมนูย่อยๆ ออกมาได้ด้วย ซึ่งแสดงผลได้ทั้งหมด 6 ไอคอนครับ รวมถึงเรายังสามารถเลือกสีของตัวเลขโทรออกได้ด้วย เรียกว่าเป็นการออกแบบการแสดงผลเมนูได้น่าสนใจดี อีกอย่างทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจการใช้งานได้ง่ายดีด้วย

ทั้งนี้ตัวไอคอนแถบเครื่องมือจะแสดงอยู่บริเวณส่วนบนของหน้าจอ แถมเรายังเลือกได้ว่าจะแสดงด้วยหรือไม่ก็ได้ โดยในแถบเครื่องมือนั้นจะมีพวกเมนูวิทยุ, SNS (โปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ), ข้อความ, อีเมล์, ปฏิทิน และเครื่องเล่นมีเดีย นอกจากนี้เรายังเลือกตั้งแสดงทั้งปฏิทิน หรือนาฬิกา บนหน้าจอหลักได้ด้วยเช่นกัน เท่าที่ลองใช้งานก็ถือว่าจอแสดงผลของ LG Wink 2 SIMs นั้นใช้งานได้ง่ายดี เหมาะกับเป็นรุ่นเริ่มต้นของคนเริ่มใช้จริงๆ

ฟีเจอร์สำคัญภายในเครื่อง

จุดที่น่าสนใจก็คือ LG Wink 2SIMs นั้นมากับรูปแบบแชทโฟนพร้อมแป้นพิมพ์ที่เป็น full-QWERTY จริงๆ ช่วยให้เราสามารถกดพิมพ์ข้อความสนทนาได้อย่างสะดวกมือขึ้นมาก พร้อมกับมีแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรมเอาใจคอโซเชียลเน็ตเวิร์คมาอย่างครบครันคือมีทั้ง Facebook, Twitter ไปจนถึงการแชทข้อความรูปแบบ Instant Messaging (IM) บนโปรแกรมอย่าง MSN Messenger, Google Chat ที่มีอยู่ในเครื่องด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังคงรูปแบบการรับส่งข้อความในแบบ SMS, MMS ทั้งยัง รองรับ Email และ Push Email ได้ครบทุกรูปแบบ แต่ข้อเสียของแชทโฟนรุ่นนี้ก็คือ ไม่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ซะอย่างนั้น ถือว่าการตัดการเชื่อมต่อลักษณะนี้ออกไป น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ดูน่าสนใจน้อยลงไปเยอะเลยสำหรับคอโซเชียลเน็ตเวิร์คตัวจริง เพราะแค่การเชื่อมต่อผ่าน GPRS และ EDGE นั้นอาจทำได้ไม่ไวพอ เวลาอัพรูปภาพอาจจะทำได้ช้าไปบ้าง แต่ถ้ามี Wi-Fi นั่นก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเชื่อมต่อไปสู่โลกออนไลน์นะครับ

ส่วนเครื่องเล่นมัลติมีเดียยังคงมีติดเครื่องมาให้แบบครบๆ เลยครับ ไม่ว่าจะเลือกดูหนังฟังเพลงนั้นได้ทำหมด โดยตัวเครื่องเล่นเพลงนั้นสามารถตั้งค่าแสดงภาพปกอัลบั้มได้ด้วย (หากมีข้อมูลรูปภาพปกเพลงอยู่) รวมไปถึงการเลือกปรับตั้งค่าการเล่นอย่างปรับเสียงอีควอไลเซอร์, ตั้งค่าการเล่นสุ่ม เล่นซ้ำเพลง และสามารเลือกตั้งเพลงในรายการให้เป็นเสียงเพลงเรียกเข้า เสียงข้อความ รวมถึงเสียงเรียกเข้าแบบวิดีโอได้ในหน้าเครื่องเล่นเพลงนี้ได้เลยด้วย สำหรับไฟล์เพลงที่รองรับนั้นก็รองรับทั้ง MP3 / eAAC+ / WAV ซึ่งก็เป็นสกุลของไฟล์เพลงที่นิยมใช้กันทั่วไปละครับ

ส่วนเครื่องเล่นวิดีโอนั้นต้องเข้าไปเลือกเล่นใน "ไฟล์ข้อมูล" รองรับทั้ง MP4 / H.264 ไฟล์ Encode .3gp ได้เป็นมาตรฐาน การแสดงผลก็เป็นรูปแบบที่เราคุ้นตากันดีอยู่แล้ว และที่ขาดไม่ได้ก็เห็นจะเป็นเครื่องรับวิทยุ FM Radio ที่รองรับระบบ Stereo ติดเอามาไว้ให้เปิดฟังข่าว ฟังเพลงจากรายการวิทยุที่ชอบได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยตัววิทยุนั้นจะเป็นการเลือกสถานีแบบ 1 จุดทศนิยม แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นก็คือตัววิทยุจะมีเครื่องมือให้เราบันทึกเสียง (FM Recording) รายการวิทยุที่ชอบเก็บไว้ฟังย้อนหลังได้ซะด้วย แถมเวลาฟังเพลงก็สามารถหาหูฟังทั่วๆ ไปมาเสียบฟังได้เลย เพราะช่องหูฟังนั้นเป็นแบบมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตรครับ แต่เครื่องเล่นวิดีโอนั้นอาจจะแสดงคุณภาพได้ไม่คมชัดนักเพราะแสดงผลได้แค่ 15 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น

 

กล้องถ่ายรูป และวิดีโอ

กล้องถ่ายรูปนั้นมากับระดับ 2 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดภาพได้ที่ 1600 x 1200 พิกเซล คงไม่เหมาะที่จะเอามาถ่ายรูปไปใช้อัดขยายภาพแบบเป็นจริงเป็นจังแน่นอน คือถ้าคนที่ชอบถ่ายรูปให้สวยด้วยกล้องในมือถือแล้วนำไปอัดขยายเก็บไว้ LG Wink 2 SIMs ไม่น่าจะเหมาะครับ เพราะความละเอียดภาพเท่านี้น่าจะเหมาะกับถ่ายแล้วแชร์บน Facebook จะเหมาะที่สุด แต่ถ้าจะเอาไปอัดภาพจริงๆ ขนาดโปสการ์ดนั้นยังพอทำได้ แต่ต้องทำใจเรื่องสีด้วยนะครับอาจจะมี gain ในภาพเยอะไปหน่อย นอกจากนี้ฟังก์ชั่นกล้องถ่ายรูปนั้นก็ไม่มีทั้งไฟแฟลช และออโต้โฟกัสติดมาให้ สำหรับการตั้งค่าฟังก์ชั่นกล้องนั้นก็จะเป็นการตั้งค่าแบบพื้นฐานทั่วๆ ไปที่กล้องมือถือควรมีก็คือมีตั้งแต่ การเลือกโหมดถ่ายภาพกลางคืน, เลือกค่าสมดุลแสง หรือ White Balance (WB) ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ / หลอดไฟ / ฟลูออเรสเซ็นต์ / แสงอาทิตย์ และมืดครึ้ม มีระบบถ่ายต่อเนื่องที่เลือกได้สูงสุดที่ 9 ช็อต รวมถึงเลือกเอฟเฟกต์สีต่างๆ ได้มากมาย ส่วนขนาดภาพนั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด QVGA 320 x 240 / VGA 640 x 480 / 1M 1280 x 960 / 2M 1600 x 1200 พิกเซล

นอกจากนี้แล้วตัวกล้องสามารถรองรับการถ่ายวิดีโอระดับสูงสุดที่ขนาด QCIF ความละเอียดที่ 176 x 144 พิกเซล ความเร็วเฟรมเรตที่ 15 เฟรมต่อวินาที ที่ดูแล้วความละเอียดในการแสดงผลนั้นคงไม่ดีเท่าใดนัก เอาไว้ถ่ายเล่นๆ ก็ถือว่าพอใช้ได้ ทั้งนี้การตั้งค่าอื่นๆ ก็จะมี เลือกขนาดวิดีโอที่บันทึก, เอฟเฟกต์สี, สมดุลแสง, โหมดกลางคืน, เลือกความละเอียดต่างๆ รวมถึงระยะเวลาในการบันทึกทั้งแบบ MMS และแบบปกติที่บันทึกแบบต่อเนื่องได้ไม่จำกัดจนกว่าหน่วยความจำที่ใช้จะเต็ม จากที่ใช้งานดูแล้วกล้องของ Wink 2SIMs นั้นก็ถือว่าพอใช้งานได้ค่อนข้างดีในแง่ของการนำไปแชร์ หรือไปใช้งานดูแบบดิจิตอล ว่าง่ายๆ ก็คือใช้ดูบนจอคอมพิวเตอร์นั่นก็น่าจะดีกว่าเอาไปอัดเป็นภาพเก็บไว้ เพราะสีมันจะไม่สดครับ โดยเฉพาะหากพิมพ์ด้วยเครื่องอิงค์เจ็ตนี่สี และความละเอียดของภาพนั้นดูจะผิดเพี้ยนไปเยอะเลยละครับ ก็นานาจิตตังนะครับใครไม่ใส่ใจเรื่องนี้นักก็เอาไปใช้งานได้ครับ แต่สำหรับผมแล้วผมว่าเอามาถ่ายเล่นๆ สนุกๆ น่าจะเหมาะกว่า

 

การเชื่อมต่อที่รองรับ

ก่อนหน้านี้เคยหวังอยู่ในใจว่า LG Wink 2 SIMs นี้น่าจะมี Wi-Fi มาให้ซะทีละ เพราะก่อนหน้านี้ทั้ง Wink Chat ก็ไม่มีติดมาให้ แต่มาเจอใน Wink Slide ซึ่งก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าตกลงแล้วจะขึ้นอยู่กับราคาหรือไม่สำหรับรุ่นที่ต้องมี Wi-Fi ติดมาให้ ซึ่งรุ่นนี้ราคาค่อนข้างถูกเลยต้องตัดบางอย่างออกไป จะว่าไปแล้วที่ขาดการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi นั้นถือว่าทำให้ Wink 2 SIMs นั้นขาดความน่าสนใจไปเยอะเลยทีเดียว เพราะนั่นคืออีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่โลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วกว่าการทำผ่าน GPRS หรือ EDGE แล้วคนกลุ่มที่ว่าส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคอโซเชียลเน็ตเวิร์คด้วยกันทั้งนั้น เพราะสมัยนี้บริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi นั้นมีค่อนข้างแพร่หลายแล้วด้วย ผมเชื่อว่าเดี๋ยวนี้บริการ Wi-Fi นั้นมีแพร่หลายมากขึ้นแล้ว ซึ่งน่าเสียดายสำหรับ LG Wink 2 SIMs ที่เป็นแชทโฟนแต่ไม่รองรับ Wi-Fi ซะอย่างนั้น

ทั้งนี้ และทั้งนั้นการใช้งานผ่านระบบ GSM-GPRS และ EDGE แบบ Class 10 ซึ่งก็เป็นมาตรฐานที่ใช้งานได้ค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว แถมยังให้เราสามารถใช้งาน EDGE หรือ GPRS ได้ทั้งสองซิมเลย เวลาเราจะใช้งานแบบ Swift ทั้งสองซิมก็เพียงแค่กดปุ่มสลับที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่องเอาละครับ และที่น่าสนใจก็คือ Wink 2SIMs นั้นสามารถรับส่ง Email รวมถึงรองรับ Push Email ได้ดีซะด้วย แถมการเชื่อมต่อสำหรับรูปแบบของ Chat IM ก็รองรับโปรแกรม MSN และ Google Chat ส่วนการเชื่อมต่อด้วยสายดาต้าผ่าน USB รุ่นนี้ใช้สายแบบ micro-USB ซึ่งเป็นแบบมาตรฐานที่มักใช้งานกันทั่วไปสำหรับ USB หัวเล็ก โดยเจ้าช่อง micro-USB นี้ สามารถเลือกสถานะการเชื่อมต่อสำหรับ Mass Storage (ที่เก็บข้อมูล), PC Suite และซิงค์เพลงสำหรับฟัง หรือคัดลอกเอาเฉพาะไฟล์เพลงจากตัวโทรศัพท์ไปยังคอมพิวเตอร์ หรือจากคอมพิวเตอร์ไปยังตัวโทรศัพท์

ทั้งนี้ตัว LG Wink 2 SIMs ยังรองรับ Java MIDP 2.0 โดยที่ตัวเครื่องนั้นสามารถตอบสนองกับแอพพลิเคชั่นที่เป็นรูปแบบจาวาได้ทั้งเกม และโปรแกรมที่นำมาใช้งานได้บนตัวโทรศัพท์ได้ทุกประเภท ซึ่งก็รวมถึงเครื่องมือสำหรับการแชทบนโซเชียลเน็ตเวิร์คด้วย ถึงแม้จะขาดเรื่องของการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ไป แต่จะว่าไปแล้วการใช้งานโดยรวมๆ ในเรื่องของอินเตอร์เน็ต และการออนไลน์แล้วก็ถือว่า LG Wink 2 SIMs ทำได้ตามมาตรฐานอยู่แล้ว ถือว่าใช้งานได้ดีสำหรับคนที่เริ่มต้น ด้วยราคาที่แสนประหยัด

 

ความเห็น และบทสรุปผลการทดสอบ

ถ้าให้ตอบตามความรู้สึกแล้วผมมองว่า LG Wink 2 SIMs ดูจะเป็นแชทโฟนที่เหมาะกับกลุ่มเริ่มต้น หรือวัยรุ่นเสียมากกว่า เพราะด้วยฟีเจอร์แล้วแม้จะมีฟังก์ชั่นให้มาค่อนข้างน่าสนใจอยู่ โดยเฉพาะกับโซเชียลเน็ตเวิร์คในรูปแบบของ SNS แล้วก็รองรับการรับส่งอีเมล์แบบ Push Email ได้อีก นั่นถือว่าตอบโจทย์คนยุคไอทีได้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่รองรับ Wi-Fi แล้วก็กล้องถ่ายรูปไม่มีไฟแฟลช รวมถึงออโต้โฟกัสมาให้ ใครที่ชอบถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์ก็ต้องคิดหนักหน่อย แต่หากดูถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาแล้วหล่ะก็ถือว่า LG Wink 2 SIMs ดูจะเป็นโทรศัพท์ที่ตอบโจทย์กับกลุ่มคนที่ไม่อยากจ่ายเยอะเกินความจำเป็น

ทั้งนี้ด้วยรูปลักษณ์ และการใช้งานในแบบของแชทโฟนแล้วถือว่าทำได้ตามเป้า เพราะด้วยแป้น full-QWERTY ทำให้เวลาที่เราต้องพิมพ์ข้อความนั้นสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นมาก อีกอย่างการแสดงผลเมนูรวมถึงเวลาที่เราใช้งานนั้นค่อนข้างง่ายดีไม่ซับซ้อนอะไร โดยเฉพาะอินเตอร์เฟสเมนูที่ทั้งสวย และจัดเรียงได้เข้าใจง่าย เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้งาน แม้ว่าตัวเครื่องเองจะขาดฟังก์ชั่นอะไรบางอย่างไปบ้าง แต่ในแง่ของความคุ้มค่า และการที่มันตอบโจทย์ได้ตรงเป้านี่ละคือสิ่งที่ LG Wink 2 SIMs เป็นอยู่ อีกอย่างรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบคุ้มๆ จริงๆ เพราะรองรับระบบ 2 ซิมในเครื่องเดียวกัน แถมยังสลับการใช้งานตัวซิมด้วยปุ่มช็อตคัทที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง แต่จะว่าก็ว่าไปแล้วทั้ง Wink, Wink 2 SIMs และ Wink Slid การใช้งานนั้นแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก แต่จะต่างกันที่ลูกเล่น รายละเอียดบนตัวเครื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น พอใช้แล้วก็ได้อารมณ์ และความรู้สึกที่เหมือนกันอยู่ดีละครับ

 

เคล็ดลับน่ารู้ของ LG Wink 2 SIMs (C105)

- ระบบสองซิมนั้นสามารถเลือกการสลับซิมได้ ให้เป็นแบบอัตโนมัติ และผู้ใช้เลือกเองว่าจะให้ใช้ซิมไหนเป็นซิมหลัก

- ปุ่มสลับซิมที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง เมื่อใช้งานให้สังเกตุแถบสีที่แตกต่างกัน ในขณะที่เรากดสลับซิมแถบสีจะปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัด บอกว่าเราใช้ซิมการ์ด 1 หรือ 2 อยู่

- ตั้งค่าเลือกธีมเมนู รวมถึงขนาดตัวอักษร และเลือกสีสันของตัวเลขโทรออกได้ในเมนู ตั้งค่า > แล้วเข้าตั้งค่า หน้าจอ ก็จะมีให้เลือกการตั้งค่าเกี่ยวกับหน้าจอมากมายเลยทีเดียว

- สามารถตั้งค่าการเลื่อนหา และลักษณะอักษรได้โดยเข้าเมนู อินเตอร์เน็ต เว็บ > ตั้งค่า > แล้วเลือก การตั้งค่าลักษณะ > แล้วเข้าที่การควบคุมการเลื่อนหาซึ่งจะมีให้เลือกแบบ 1, 2 และ 3 ไลน์

 

ขัอมูลตัวเครื่อง

 

เครือข่ายที่รองรับ

- รองรับระบบ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz

- ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE

 

ขนาดตัวเครื่อง

- ขนาด 114.5 x 59 x 13 มิลลิเมตร

- น้ำหนัก 94 กรัม

 

หน้าจอแสดงผล

- จอแสดงผล TFT-LCD 262,144 สี

- ขนาด 240 x 320 พิกเซล (2.4")

- แสดงผลเมนู Cartoon UI, Widget

- เซ็นเซอร์หมุนกลับหน้าจอ (Accelerometer Sensor)

 

ระบบเสียง

- เสียงเรียกเข้า 64 Polyphonic / MP3 / WAV

- ระบบสั่นในตัว (Vibration in Phone)

- บันทึกเสียง (Sound Recorder) WAV / AMR

- ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

หน่วยความจำ

- หน่วยความจำเครื่อง 7 MB

- เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 4 GB (แถม 2 GB)

- สมุดรายชื่อบันทึก 1000 รายการ

 

การส่งผ่านข้อมูล

- micro USB 2.0

- Bluetooth 2.0

- รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP / AVRCP)

- GPRS / EDGE class 12

- อินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ WAP 2.0 / xHTML

- รับ-ส่งข้อความ SMS, MMS, Email, IM

 

กล้องถ่ายรูป

- กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล - 1600 x 1200

- เลือกสมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / หลอดไฟ / แสงอาทิตย์ / ฟลูออเรสเซนต์ / มืดครึ้ม

- เลือก Effect สี ขาวดำ / เนกาทีฟ / ภาพสีซีเปีย

- ตั้งค่าถ่ายภาพหน่วงเวลา 3 / 5 / 10 วินาที

- เลือกลักษณะถ่ายภาพโหมดกลางคืน (Night Mode)

- เลือกขนาดภาพที่ QVGA 320 x 240 / VGA 640 x 480 / 1M 1280 x 960 / 1600 x 1200

- ถ่ายวิดีโอเลือกขนาดได้ที่ SQCIF 128 x 96 / QCIF 176 x 144 @ 15 fps

 

คุณสมบัติทั่วไป

- รองรับ 2 ซิมเปิดรอสายพร้อมกัน (Dual SIM Standby)

- แป้นคีย์บอร์ด 4 line full-QWERTY

- แสดงภาพโทรเข้า (Caller Picture)

- รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ)

- เครื่องเล่นวิดีโอ MP4 / H.264 / .3GP

- เครื่องเล่นเพลง MP3e / AAC+ / WAV

- วิทยุ FM Stereo, FM Recording

- โหมดประหยัดพลังงาน

 

แบตเตอรี่

- แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1250 mAh

- สนทนาต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

- เปิดรอรับสาย 490 ชั่วโมง

 

เครื่องมือการจัดการ

- จัดการไฟล์, ปฏิทิน, สมุดบันทึก, รายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, จับเวลา, เครื่องคิดเลข, เวลาโลก, เครื่องแปลงหน่วย, เกม, เมนูด่วน

 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

- รองรับจาวาแอพพลิเคชั่น

- รองรับโปรแกรม Facebook, Twitter, MSN

- Widget and Shortcut bar Menus, ระบบ 2 SIMs Swift-on

 

อุปกรณ์ในกล่อง

- ตัวเครื่อง LG Wink 2 SIMs (C310)

- แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1250 mAh

- หูฟังสมอลล์ทอล์คสเตอริโอ

- สาย USB cable (micro-USB)

- หม้อแปลงชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบพกพา

- สมุดคู่มือ LG Wink 2 SIMs (C310)

- ใบรับประกัน

 

ราคาโดยประมาณ 3,990 บาท

ความเห็น (0)add
เขียนแสดงความเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 

 

 

 

 

 
Mobilemagazine