| LG Optimus Me P350 |
| เขียนโดย Webmaster |
| วันอาทิตย์ที่ 05 มิถุนายน 2011 เวลา 23:03 น. |
|
Share
LG Optimus Me P350กับสมรรถนะใหม่ที่น่าจับต้องกว่าในราคาเบาๆ
ยังไม่ทันที่ LG Optimus One ซึ่งเป็นุร่นที่สาวกได้ฮือฮาจะถูกลืมไปจากความทรงจำ ค่ายแอลจี (LG) ก็ปล่อยรุ่นใหม่ออกมา กับสเปกเครื่องที่ไม่หนีกันเท่าใดนัก แต่ราคานี่สิถูกลงอย่างไม่น่าเชื่อ เอาง่ายๆ ว่ารุ่นใหม่นี้มีราคาไม่ถึง 7 พันบาทซะด้วยซ้ำ แต่ฟีเจอร์เครื่องยังมีครบเช่นเดิม
รุ่นที่ว่านี้ก็คือ LG Optimus Me ที่มากับ Android 2.2 Froyo เฉกเช่นเดียวกับ Optimus One แต่ก็มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันสำหรับรุ่นใหม่นี้ก็คือ Optimus Me จะไม่รองรับทั้งระบบนำทางโดนๆ ในแบบ NDrive, ไม่รองรับไฟล์วิดีโอ DivX, XviD แถมกล้องถ่ายรูปไม่มีโหมด Smile / Face Detection และหน้าจอมีขนาดเล็กกว่านิดหน่อย (แต่ดูจริงๆ แล้วแทบไม่เห็นความต่าง) ส่วนสเปกเครื่องอื่นๆ นั้นไม่มีอะไรต่างกัน แต่ดูแล้ว Optimus Me นั้นจะได้เปรียบในเรื่องของราคาที่ดูคุ้มค่ากว่า
ฟีเจอร์เด่นๆ ของ LG Optimus Me- รองรับ GSM Quad-band และ Dual-band 3G-HSDPA - หน้าจอระบบสัมผัส TFT Capacitive Touchscreen ขนาดใหญ่ถึง 2.8 นิ้ว - ระบบปฏิบัติการ Android OS 2.2 Froyo - กล้องถ่ายรูปขนาด 3 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัส และเลือก ISO ได้ - อินเตอร์เฟสกล้องสามารถหมุนกลับได้ตามการจับถือทั้งแนวตั้ง และแนวนอน - มีแอพพลิเคชั่นสังคมออนไลน์ (Social Network) - รองรับ Google Mobile Service อย่างเต็มรูปแบบ - สั่งงานด้วยเสียงกับ Google Voice Actions - ระบบนำทาง GPS / A-GPS (Google Maps) - ซีพียูความเร็ว 600 MHz - รองรับ Push Email - รองรับ SMS-threaded view - มี Wi-Fi 802.11 b/g, Internet Tethering - มีวิทยุ FM Stereo
ข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ LG Optimus Me- จอแสดงผลใช้งานในแสงแดดจ้าได้ไม่ดีนัก - หน้าจอเป็นรอยขีดข่วนง่ายไปหน่อย - ไม่มีไฟแฟลชสำหรับช่วยถ่ายรูปในที่มืด - กล้องถ่ายวิดีโอรองรับได้แค่ VGA ที่ความเร็ว 18 เฟรมต่อวินาที - ไม่รองรับไฟล์วิดีโอแบบ DivX และ XviD - ไม่รองรับระบบนำทาง NDrive - ไม่มีโหมดถ่ายภาพ Face / Smile Detection, Macro Mode
วัสดุ รูปทรง และงานออกแบบ
สำหรับ LG Optimus Me นั้นมีงานดีไซน์ที่ต่างจากตัว Optimus One อยู่นิดหน่อย คือดูมีความโค้งมนขึ้น และดูลงตัวมากขึ้น แถมชุดปุ่มกดยังดูทันสมัย หรูหรา ในคราเดียวกัน แถมขนาดนั้นก็ไม่ใหญ่ และไม่เล็กจนเกินไปเรียกว่ากำลังเหมาะมือดีทีเดียว ทั้งนี้ตัววัสดุยังคงใช้เป็นพลาสติกทั้งตัว แต่ก็เป็นพลาสติกเกรดดี แข็งแรง และเนื้อผิววัสดุยังทนแรงกระแทกได้ดีอีกด้วย แต่ก็ต้องระวังอย่าให้ตกหล่นบ่อย หรือในที่สูงๆ นี่ตัวเครื่องอาจมีสิทธิ์แตกกระจายได้เหมือนกัน แต่ข้อที่ควรระวังอีกอย่างก็คือกระจกหน้าจอจะเกิดรอยได้ง่ายเวลาพกพาก็ควรระวังนิดก็จะดี อย่างนำตัวโทรศัพท์ไปใส่ไว้กับเศษเหลียน หรือโลหะอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นรอยขีดข่วนแล้ว มันยังเสี่ยงต่อจอภาพแตกเสียหายได้นั่นเองละครับ
ทีนี้มาดูรายละเอียดโดยรวมของ Optimus Me กัน ที่ด้านบนหัวเครื่องมีช่องหูฟังมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งขวามือมีปุ่มปรับเสียงลำโพง ส่วนด้านข้างฝั่งซ้ายมือจะมีช่อง micro- USB แบบมาตรฐานติดตั้งอยู่พร้อมฝาปิดกันฝุ่นละออง ด้านหน้านอกจากจะมีหน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้วแล้ว ยังเพิ่มส่วนของปุ่มคำสั่งตั้งค่าฟังก์ชั่นต่างๆ (สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยม) ปุ่มโฮมกลับสู่หน้าจอหลัก ปุ่มย้อนกลับหน้าที่ผ่านมา และปุ่มเสิร์ชรูปแว่นขยายสำหรับใช้งานฟังก์ชั่น Google Search ส่วนช่องใส่ microSD จะอยู่ใต้ฝาหลัง แต่จะไปอยู่บริเวณด้านข้างตัวเครื่องเปิดมาก็เห็นเลยครับ สำหรับช่องใส่ซิมการ์ดนั้นอยู่ใต้ตัวแบตเตอรี่อีกที ถ้าจะถอดเปลี่ยนต้องปิดเครื่องแล้วต้องถอดแบตเตอรี่ออกก่อนเสมอ
คุณภาพหน้าจอแสดงผล
อีกอย่างที่ถือว่าเป็นจุดเด่นก็เห็นจะเป็นรูปแบบการเลื่อนย้ายเมนูแบบ Drag and Drop นี่ทำได้สะดวกมือดีบนจอทัชสกรีน ยิ่งได้การทำงานบนจอ TFT Capacitive Touchscreen 262,000 สี ความกว้างที่ 2.8 นิ้ว ความละเอียดโดยรวมอยู่ที่ 320 x 480 พิกเซล อีกอย่างจอรุ่นนี้มีฟังก์ชั่น Auto Rotate สำหรับการหมุนกลับหน้าจออัตโนมัติตามการจับถือของเราด้วย Accelerometer Sensor แม้ว่าจะไม่ได้เป็นจอสัมผัสแบบ Multi-touch ก็จริง แต่ฟังก์ชั่นของจอแสดงผลก็ไม่ได้เป็นรองใครเช่นกัน พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มส่วนของเซ็นเซอร์ล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเรายกตัวเครื่องโทร (Proximity Sensor) ซึ่งจะทำงานโดยจับระยะแก้มเรากับตัวหน้าจอโทรศัพท์ได้อย่างแม่นยำ เวลาที่เรายกตัวเครื่องแนบหูเพื่อโทรแก้มเราจะได้ไม่ก่อปัญหาไปโดนฟังก์ชั่นเมนูอื่นๆ ที่อยู่บนหน้าจอในขณะที่เราโทรสนทนาได้
ทั้งนี้รูปแบบการแสดงผลยังคงมาพร้อมกับ Live Widget ที่ใช้งานง่ายดีสามารถแสดงผลได้หลากหลายหน้าต่างตามหน้าที่ของเมนูนั้นๆ อีกอย่างเรายังคงสามารถเลือกตั้งแสดงภาพวอล์ลเปเปอร์เคลื่อนไหวแบบ Live Wallpaper ได้เหมือนเช่นเคยสำหรับโทรศัพท์แอนดรอยด์แบบนี้
ฟีเจอร์สำคัญภายในเครื่อง
สำหรับ Optimus Me เครื่องนี้จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชั่น 2.2 Froyo ซึ่งจุดเด่นของเวอร์ชั่นนี้คือทำงานได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะกับอินเตอร์เฟสเมนูนั้นดูแล้วสมบูรณ์แบบขึ้น มีฟังก์ชั่นให้เลือกใช้งานได้เยอะขึ้น แถมยังใช้งานได้คล่องมือขึ้นทีเดียว และยังแสดงผลได้เข้าใจง่ายดีอีกต่างหาก แต่จุดขายของ Optimus Me ยังคงเป็นเรื่องของแอพพลิเคชั่นที่เอาใจชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คนั่นก็คือ Google Talk, Facebook, Twitter นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นดีๆ อย่าง Layar, Youtube และ Google Service อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมี Google Search เอาไว้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เลย ซึ่งตัวฟังก์ชั่นนี้จะเพิ่มการค้นหาข้อมูลด้วยเสียง ใช้งานโดยกดที่รูปไมโครโฟนบนแถบค้นหานั่นเอง ทั้งนี้มีแอพพลิเคชั่น LG App. Advisor ซึ่งจะช่วยให้เราได้เข้าไปเลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจ และได้รับการคัดเลือกว่านี่ละเหมาะกับ LG Optimus Me ที่สุดแล้ว มีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว
ข้อดีอีกอย่างของ Optimus Me ก็เห็นจะเป็นเรื่องของระบบนำทาง GPS ที่รองรับได้ในตัว รวมถึงรองรับ A-GPS ได้เช่นกัน โดยทำงานผ่าน Google Maps, มีแอพพลิเคชั่น Latitude สำหรับแสดงที่อยู่ที่เรา และเพื่อนๆ บนแผนที่, Place สำหรับค้นหาสถานที่ต่างๆ เรียกว่าใช้งานได้จริง บน Google Maps แถมยังใช้งานร่วมกับรูปที่เราถ่ายแบบแนบพิกัด Geo-Tagging หรือจะเลือกดูแผนที่ของ Google Earth รูปแบบภาพถ่ายดาวเทียมก็สามารถทำได้
ทั้งนี้ความคล่องตัวรวมถึงการใช้งาน และการตอบสนองต่อคำสั่งต่างๆ ทำออกมาได้ดีทีเดียว ซึ่งความเร็วก็น่าจะมาจากตัว Android 2.2 Froyo แล้วซีพียูความเร็วถึง 600 MHz เสริมความแรงด้วยหน่วยความจำ RAM 419 MB พร้อมกับพื้นที่ของหน่วยความจำตัวเครื่องที่เอาไว้เก็บข้อมูลต่างๆ ได้ที่ 170 MB และยังสามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้มากถึง 32 GB ดูโดยรวมๆ แล้ว ฟีเจอร์ในตัวเครื่องมีมาให้ครบสำหรับคอโซเชียลเน็ตเวิร์คดีจริงๆ
กล้องถ่ายรูป และวิดีโอ
ในส่วนของกล้องถ่ายรูปจะว่าไปมันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นกล้องคุณภาพระดับ 3 ล้านพิกเซล แต่น่าเสียดายที่ไม่มีไฟแฟลชมาให้ แต่ก็รองรับระบบออโต้โฟกัส (Auto Focus) รวมถึงมีโหมดตั้งค่าถ่ายภาพอย่าง เลือกค่า ISO ทั้งแบบอัตโนมัติ, 100, 200 และ 400 ส่วนฟังก์ชั่นกล้องมาตรฐานอย่างการเลือกเอฟเฟกต์สี, สมดุลแสงขาว, โหมดกลางคืน, ตั้งเวลาถ่ายภาพ, เลือกซีนโหมดมุมมอง (Scene) แล้วก็เปิดระบบ Geo-Tagging นั้นมีรองรับหมดในตัว Optimus Me นี้อย่างแน่นอน สำหรับขนาดภาพนั้นสามารถเลือกได้ตั้งแต่ QVGA 320 x 240, VGA 640 x 480, 1M 1280 x 960 , 2M 1600 x 1200 ไปจนถึงขนาดสูงสุดที่ 3M 2048 x 1536 น่าเสียดายที่วิดีโอถ่ายได้ที่ขนาดสูงสุดแค่ VGA ด้วยความเร็วเฟรมเรต 18 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น แต่สามารถเลือกได้ทั้งแบบ QVGA และเล็กสุดที่ QCIF
โดยรวมๆ แล้วก็จะคล้ายๆ กับ Optimus One แต่จะต่างกันนิดหน่อยตรงที่ Optimus Me จะมีโหมด Macro, Face Detection และ Multi Focus มาให้เราใช้งานนั่นเอง
การเชื่อมต่อที่รองรับ
นอกจากตัวเครื่องจะรองรับ GSM Quad-band / GPRS / EDGE แล้ว ยังสามารถรองรับเครือข่าย 3G-HSDPA ที่ความถี่ 900 / 2100 MHz ความเร็วข้อมูลที่ 7.2 Mbps และแน่นอนที่สุดอย่างการรองรับรูปแบบการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi นั้นสามารถทำได้บนมาตรฐาน 802.11 b/g ที่เพิ่มการรองรับการทำงานในแบบ Wi-Fi Tethering ได้ด้วย มีหน้าที่เป็นเสมือนตัว Router Internet ในตัวกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ให้กับตัวอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วยนั่นเอง ทั้งยัง Tethering ผ่านช่อง USB (micro-USB) มาตรฐาน 2.0 ได้อีกต่างหากถือว่าเป็นทางเลือกอีกหนึ่งทางที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมี Bluetooth เวอร์ชั่น 2.1 รองรับโปรไฟล์ A2DP
ทั้งนี้การใช้งานอินเตอร์เน็ตจะเป็น Mobile Browser ของ Android HTML Webkit ซึ่งจะมีอินเตอร์เฟสเมนู และชุดคำสั่งที่เป็นมาตรฐานในมือถือแอนดรอยด์อยู่แล้ว ใช้งานง่ายโดยสั่งงานผ่านหน้าจอระบบสัมผัสได้อย่างคล่องมือ ส่วนเรื่องของการรับส่งอีเมล์สามารถทำงานแบบ Push Email ได้ หรือการรับส่งข้อความ SMS จะแสดงในรูปแบบของ Threaded View แสดงรายการข้อความสั้นนั้นๆ ในรูปแบบของเพจวิวให้เราเลือกดูได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น โดยจะแสดงทั้งในส่วนของ In Box, Out Box และ Sent Box ในหน้าเดียวกัน
ความเห็น และบทสรุปผลการทดสอบ
ส่วนตัวแล้วผมว่า LG Optimus Me นั้นหากดูโดยรวมๆ แล้ว จะไม่ค่อยต่างจากรุ่นพี่อย่าง Optimus One ที่ออกมาก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ให้เลือกระหว่างทั้งสองรุ่น ผมขอเลือก Optimus Me ไว้ก่อน เพราะด้วยรูปทรงที่มีความลงตัวกว่า แถมยังมีรายละเอียดในเรื่องของความโค้งมนอย่าลงตัว ซึ่งก็ช่วยให้ตัวเครื่องดูทันสมัย แถมราคายังถูกลงกว่า Optimus One แต่ได้สเปกเครื่องที่ใกล้เคียงกันอีก และยังคงมีตัว Task Killer ติดมาให้เช่นกัน รวมถึงรูปแบบการแสดงผลเมนูแบบ LG Launcher ซึ่งเป็นการแสดงเมนูหลักพร้อมกับการแยกประเภทของแอพพลิเคชั่นให้เป็นไปตามหมวดหมู่ ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งหาเมนูให้ตาลาย เพราะเมนูในเครื่องนั้นมีเยอะเสียเหลือเกินครับ
ส่วนเรื่องที่ขัดใจผมอยู่บ้างก็เห็นจะเป็นเรื่องของการใช้แป้นพิมพ์บนจอสัมผัสนี่ละครับ ด้วยขนาดจอที่ไม่ใหญ่มากเลยทำให้การพิมพ์ข้อความบนหน้าจอนั้นทำได้ไม่ถนัดนัก แต่จะว่าไปแล้วการแสดงผลของหน้าจอก็ดูเข้าท่าดีนะครับเพราะดูแล้วมันให้รายละเอียดได้ดีจริงๆ แต่ก็ยังแอบเสียดายที่รุ่นนี้ตัดระบบตรวจจับใบหน้า (Face Detection) จับภาพรอยยิ้ม (Smile Detection) และโหมดถ่ายระยะใกล้ (Macro) ของตัวกล้องถ่ายรูปออกไป ซึ่งเทียบกันแล้ว Optimus One จะมีฟังก์ชั่นกล้องที่น่าสนใจกว่านิดหน่อย อีกอย่างรุ่นนี้จะลดทอนความจุแบตเตอรี่ลงมาเป็น 1250 mAh ซึ่งตัว Optimus One นั้นจะใช้แบตเตอรี่ 1500 mAh เท่าที่ใช้งานดูแบตเตอรี่ค่อนข้างหมดเร็วเหมือนกัน ยิ่งเปิด Wi-Fi เล่นอินเตอร์เน็ตด้วยแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมงแบตเตอรี่ลดฮวบเกือบหมดกันเลยทีเดียว สรุปโดยรวมแล้ว LG Optimus Me จุดขายของมันคือสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาเบา หากเทียบความคุ้มค่ารุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองทีเดียวครับ
เคล็ดลับน่ารู้ของ LG Optimus Me- สามารถทำการตั้งค่า Internet Tethering สำหรับ Wi-Fi hotspot ได้โดยเข้าเลือก ตั้งค่า > ตั้งค่าการเชื่อมต่อ > แล้วเลือก Tethering & Portable hotspot เพื่อทำการแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้งในรูปแบบของ USB port และ Wi-Fi hotspot - ตั้งค่าเลือกธีมเมนู รวมถึงขนาดตัวอักษร และเลือกสีสันของตัวเลขโทรออกได้ในเมนู ตั้งค่า > แล้วเข้าตั้งค่า หน้าจอ ก็จะมีให้เลือกการตั้งค่าเกี่ยวกับหน้าจอมากมายเลยทีเดียว - สามารถตั้งค่าการเลื่อนหา และลักษณะอักษรได้โดยเข้าเมนู อินเตอร์เน็ต เว็บ > ตั้งค่า > แล้วเลือก การตั้งค่าลักษณะ > แล้วเข้าที่การควบคุมการเลื่อนหาซึ่งจะมีให้เลือกแบบ 1, 2 และ 3 ไลน์ - สามารถตั้งค่าแสดง JavaScript ได้โดยเข้า อินเตอร์เน็ต > ตั้งค่า > การตั้งค่าลักษณะ แล้วเลือกเปิด / ปิด Java Script
ข้อมูลตัวเครื่อง
เครือข่ายที่รองรับ- รองรับระบบ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz - รองรับระบบ 3G-HSDPA 900 / 2100 MHz - ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE
ขนาดตัวเครื่อง- ขนาด 108 x 53 x 12.5 มิลลิเมตร - น้ำหนัก 130 กรัม
หน้าจอแสดงผล- จอแสดงผล TFT Capacitive Touchscreen 262,000 สี - ขนาด 240 x 320 พิกเซล (2.8") - ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์หมุมกลับหน้าจออัตโนมัติ (Accelerometer Sensor) - ระบบเซ็นเซอร์ล็อกหน้าจออัตโนมัติ (Proximity Sensor)
ระบบเสียง- เสียงเรียกเข้า 64 Polyphonic / MP3 - ระบบสั่นเตือนในตัว (Vibration in Phone) - บันทึกเสียง (Sound Recorder) WAV / AMR
หน่วยความจำ- หน่วยความจำเครื่อง 170 MB, RAM 419 MB - เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 32 GB - สมุดรายชื่อบันทึกได้ไม่จำกัด
การส่งผ่านข้อมูล- Wi-Fi 802.11 b/g - micro USB 2.0 - Bluetooth 2.1 - รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP) - GPRS / EDGE class 10, HSDPA 3.6 mbps - อินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ WAP 2.0 / HTML - รับ-ส่งข้อความ SMS (Threded view), MMS, Email, Push Email, IM
กล้องถ่ายรูป- กล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล - 2048 x 1536 - เลือกสมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / หลอดไฟ / แสงอาทิตย์ / ฟลูออเรสเซนต์ / มืดครึ้ม - เลือกคุณภาพ (Quality) ละเอียดมาก / ละเอียด / ปกติ - เลือก Effect สี ขาวดำ / เนกาทีฟ / น้ำตาลแดง / ภาพสีซีเปีย - เลือกตั้งค่า ISO อัตโนมัติ / 100 / 200 / 400 - ตั้งค่าถ่ายภาพหน่วงเวลา 3 / 5 / 10 วินาที - เลือกลักษณะถ่ายภาพโหมดกลางคืน (Night Mode) - เลือกขนาดภาพ QVGA 320 x 240, VGA 640 x 480, 1M 1280 x 960, 2M 1600 x 1200, 3M 2048 x 1536 - เลือกถ่ายวิดีโอ VGA, QCIF @ 18 fps
คุณสมบัติทั่วไป- แสดงภาพและวิดีโอโทรเข้า (Caller Picture, Video) - รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ) - เครื่องเล่นวิดีโอ MPEG4 / H.263 - เครื่องเล่นเพลง MP3 / AAC / WMA - วิทยุ FM Stereo พร้อม RDS (เสาอากาศในตัว) - เครื่องมือตัดต่อวิดีโอ (Video Editor)
แบตเตอรี่- แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1250 mAh - สนทนาต่อเนื่อง 5.30 ชั่วโมง - เปิดรอรับสาย 500 ชั่วโมง
เครื่องมือการจัดการ- จัดการไฟล์, ปฏิทิน, สมุดบันทึก, รายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, เวลาโลก, เครื่องแปลงหน่วย, เกม
คุณสมบัติเพิ่มเติม- รองรับจาวาแอพพลิเคชั่น - รองรับโปรแกรม LG App. Advisor, Facebook, Twitter, Myspace, Bebo, Google Search/Maps/Talk/Mail, Youtube, Laya, Wikipedia, Wikitude - ระบบสั่งงานด้วยเสียงบน Google Search
อุปกรณ์ในกล่อง- ตัวเครื่อง LG Wink 2 SIMs (C310) - แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1250 mAh - หูฟังสมอลล์ทอล์คสเตอริโอ - สาย USB cable (micro-USB) - หม้อแปลงชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบพกพา - สมุดคู่มือ LG Wink 2 SIMs (C310) - ใบรับประกัน
ราคาโดยประมาณ 5,990 บาทความเห็น
(3)
|

Sony XPERIA Ion
จัดเต็มกับกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
Motorola RAZR
ใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ไม่ควรพลาดเร็วๆ นี้
ระบบเดิมกับ Symbian กับเวอร์ชั่นใหม่ Belle
รุกตลาด Smart Phone บนระบบปฏิบัติการ Android
เร็วๆ นี้กับตำนานบทใหม่
รุ่นใหม่ พร้อมกับการจากไปของ Steve Jobs
อินเทรนด์กับกระแส Teblet
แอร์แพ็ดดีเอส 820 น้องใหม่มาเหนือเมฆ
ซีรี่ย์ใหม่กับเอชทีซี

"เวลคอม มิวสิค ปาร์ตี้" เป็นใครก็ใช้
"เวลคอม พราว คอลเลคชั่น" เป็นใครก็ใช้
Google AdSense

นักธุรกิจไทยจ้องร่วมงานแสดงเทคโนโลยีการสื่อสาร ข้อมูล
ซัมซุงส่ง “ซัมซุง โมบายล์ พริวิลเลจ”ผนึก 4 พันธมิตรดัง
อาม่า ครองแชมป์ มือถือขวัญใจผู้สูงอายุ
โซนี่รุกตลาดปี 2012 ชูกลยุทธ์ One Sony ผสานจุดแข็งผลิตภัณฑ์
ซินเน็คฯ ปูพรมตลาดประชุมทางไกลผ่านวีดีโอ
ปัญญาสมาพันธ์ฯ แนะครอบครัวมีส่วนร่วม เฝ้าระวังพิษภัยจากโลกไซเบอร์
เอไอเอส เปิดตัว AIS New iPad พร้อมจัดเต็มทั้งหนังสือและเพลง
ดีแทคเปิดตัว dtac the New iPad ชูแนวคิด “เร็วกว่า ดีกว่า ใจถึงกว่า”
ทรูมูฟ เอช เปิดจำหน่าย New iPad ครั้งแรกในไทย
Windows 8 เพิ่มฟีเจอร์บูทได้เร็วขึ้นอย่างน่าใจหาย !
Toshiba ออกแท็บเล็ต 10.1 นิ้ว ที่บางเพียง 7.7 มิลลิเมตร
Motorola เตรียมส่งมือถือใหม่ Android Power ลงตลาดเอเชีย และยูโรป
Lenovo ส่ง IdeaPad A1 แท็บเล็ตราคาย่อมเยาว์เอาใจคนชอบของถูก
นักวิเคราะห์คาดหากข่าว Amazon ออกแท็บเล็ตจริง มาแรงแน่นอน
เผย Apple ส่ง iPhone 4G TD-LTE ลงตลาดจีนแน่นอนแล้ว
Samsung Galaxy S II Hercules ถูกพบในแคนาดา !!
Teblet ราคาเบา เอาใจเด็กมาแล้ว กับราคาไม่เกิน 3 พันบาท
แอปเปิลเผยม็อกอัพตัวอย่าง iPad 3 ออกยั่วน้ำลายสาวกแล้ว
ยลโฉมโซนี่ เอส แอนดรอยด์แท็บเล็ตรุ่นล่าที่น่าสนใจอย่างร้ายกาจ
แอปเปิ้ลยื่นฟ้องคู่กรณีรายใหม่อย่างเอชทีซีเข้าให้แล้ว








ถูกมากเลย กะว่าจะซื้อเนี่ยแต่กลัวว่าไม่มีค่ะ 










































อยากได้โปรแกรม JAVA ไว้เล่นเกม
ขอบคุณฮับ