Mobilemag ทุกสาระความบันเทิงที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต้องการ



Samsung Galaxy S
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย Webmaster   
วันพุธที่ 15 กันยายน 2010 เวลา 11:44 น.
Share

เผยทุกสัมผัสกับไอโฟนคิลเลอร์ตัวจริงเสียงจริงจากค่ายซัมซุง


ชั่วโมงนี้ iPhone4 อาจได้รับความสนใจมากกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ เพราะตั้งแต่มีข่าวความคลื่นไหวจากทางแอปเปิ้ลต้นสังกัด ผู้คนก็ต่างเทความสนใจไปให้กับ iPhone4 กันมากทีเดียว จนทำให้ของดีๆ ที่ว่ากันว่าจะเป็น iPhone Killer อย่าง Samsung Galaxy S นั้นดูจะเงียบๆ ไป เล็กน้อย

 

จากที่คาดการณ์กันว่า Samsung Galaxy S จะมากลบรัศมีของ iPhone นั้นก็น่าคิด เพราะต้องดูว่าเจ้า iPhone4 นั้นจะดีจริงอย่างที่หลายๆ คนหวังไว้หรือไม่ ข้อนี้น่าคิด แต่ก็น่าเสียดายแทนซัมซุงที่ปล่อยรุ่นนี้ออกมาช้าไปหน่อย เพราะจากที่ได้สัมผัสตัวจริง และลองเล่นดูแล้วถือว่าสู้กับ iPhone ตัวเก่าได้อย่าสบาย

 

Samsung Galaxy S นั้นมีรหัสรุ่นคือ I9000 จากที่ดูรูปลักษณ์ภายนอก และระบบการทำงานของเครื่องแล้วถือว่าได้เปรียบไอโฟนอยู่ โดยเฉพาะกับเรื่องหน้าจอที่คมชัดกว่ามาก และซีพียูที่เร้วกว่าด้วย นับเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องของระบบการทำงานของตัวเครื่องที่ผมเองต้องขอชื่นชมด้วย

 

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ Samsung Galaxy S

- รองรับทั้งระบบเครือข่าย Quad-band GSM และ Tri-band 3G

- หน้าจอคมชัดถึง 16 ล้านสี และจอระดับ Super AMOLED Capacitive Touchscreen ขนาดใหญ่ WVGA 480x800

- หน้าจอมีระบบ Accelerometer Sensor และ Proximity Sensor

- ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 2.1 (Eclair) พร้อมอินเตอร์เฟสเมนูแบบ TouchWiz UI 3.0

- หน่วยประมวลผล หรือซีพียูความเร็ว 1 GHz ของ Cortex A8 Hummingbird

- หน่วยความจำเสริมสมรรถนะด้วย RAM 512 MB

- รองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 b/g

- กล้องถ่ายรูประดับ 5 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus, Face, Smile และ Blink Detection

- มีระบบนำทาง GPS / A-GPS และเข็มทิศดิจิตอล (Digital Compass)

- รองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพ 720p HD Video 30 เฟรมต่อวินาที

- หน่วยความจำตัวเครื่องมีให้เลือก 8 และ 16 GB

- เพิ่มการ์ด microSD ได้ถึง 32 GB

- ช่องเสียบหูฟังแบบ Jack 3.5 มิลลิเมตร ทำให้หาหูฟังมาใส่ง่าย

- แบตเตอรี่ขนาดความจุถึง 1500 mAh

- รองรับบลูทูธเวอร์ชั่น 3.0 ใหม่ล่าสุด

- คุณภาพเสียงระดับสเตอริโอไฮ-เอ็นด์

- ตัวเครื่องมีความบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร

- รองรับการอ่านและแก้ไขเอกสาร

- ระบบแป้นพิมพ์ข้อความ และตัวเลขบนจอสัมผัสแม่นยำ

- มีเลนส์กล้องสำหรับรองรับการโทรแบบเห็นหน้า หรือ Video Calls

- มีโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นติดเครื่องมาให้มากมายดูแล้วคุ้มค่า

 

ข้อเสีย เล็กๆ น้อยๆ ของ Smasung Galaxy S

- ตัวเครื่องติดรอยนิ้วมือง่ายไปนิด

- เว็บเบราเซอร์ไม่รองรับการแสดงรูปแบบ Flash

- กล้องถ่ายรูปไม่มีไฟแฟลช และไฟช่วยถ่าย

- ไม่มีปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปบนตัวเครื่อง

- ลำโพง Loudspeaker เสียงเบาไปนิด

 

Design

ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอชื่นชมเรื่องความบางของตัวเครื่องเพียง 9.9 มิลลิเมตร บางจนใส่กระเป๋ากางเกงได้อย่างไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลยครับ แต่ที่น่าตกใจก็คือตัวเครื่องจะเป็นรอยง่ายหน่อย ทั้งรอยนิ้วมือ หรือรอยขีดข่วนนี่ต้องมีแน่ๆ หากใช้ไปนานๆ หรือพกพาแบบไม่ค่อยระวัง ยังไงก็หาแผ่นกันรอยมาติดกันหน้าจอไว้คงจะดีกว่า ส่วนใครที่คาดหวังว่าวัสดุตัวเครื่องนั้นจะดีเหมือนไอโฟนก็ต้องทำใจนิดนึง เพราะวัสดุส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติก โดยเฉพาะฝาหลังนี้เวลางัดเปิดมันต้องเบาๆ มือหน่อย เพิ่มความระมัดระวังนิดนึง เพราะมันเปราะบางทีเดียว

 

ทั้งนี้การออกแบบรวมๆ แล้วรูปลักษณ์จะไปทางไอโฟน แน่นอนก็เพราะมันคือเดอะ ไอโฟน คิลเลอร์ก็ต้องทำออกมาให้เทียบเท่า ปุ่มกดต่างๆ นั้นทางซัมซุงดูจะทำได้ดีกว่า เพราะมันดูลงตัว กดใช้งานง่ายไปหมด แถมช่อง micro-USB นั้นก็มีฝาเลื่อนปิดกันฝุ่นมาให้อีก นอกจากนี้ด้านหน้าตัวเครื่องยังมีปุ่มตั้งค่าต่างๆ กรณีที่เข้าใช้งานเมนูซึ่งจะอยู่ทางด้านซ้ายสุด ส่วนปุ่มกลางนั้นเอาไว้กลับสู่หน้าโฮมหรือก็คือหน้าจอหลักนั่นละครับ สำหรับปุ่มทางขวาที่เห็นเป็นลูกศรนั่นเอาไว้กดเพื่อย้อนกลีบสูหน้าที่ผ่านมา หรือย้อนรายการตั้งค่าที่ผ่านมาได้ง่ายๆ

 

สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับผมก็คือทำไมรุ่นนี้ไม่มีปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปมาให้นะ หรืออาจจะทำให้เหมือนกับไอโฟนก็ได้มั้งนะ แต่ถ้ามีมาให้ก็จะดีกว่าเพาะมันสามารถเป็นทางลัดเข้าสู่กล้องถ่ายรูปได้เลย โดยที่ไม่ต้องกดเข้าสู่หน้าเมนูให้ยุ่งยาก อีกอย่างที่น่าจะมีมาให้ก็คือไฟแฟลช น่าจะมีมาให้สักนิดเหมือนอย่างรุ่น Wave ก็ยังดีเล็กหน่อยแต่ก็สว่าง โดยรวมๆ แล้วงานออกแบบนั้นถือว่าลงตัวแล้ว สวยทันสมัยแถมยังรักษากลิ่นอายความเป็นซัมซุงไว้ได้อย่างดี เห็นปุ้บ ก็รู้ปั้บเลยว่าเป็นมือถือซัมซุง

 

Display

เรื่องหน้าจอแสดงผลนั้น ต้องขอบอกว่าสุดยอดแห่งความคมชัดจริงๆ ผมว่ารุ่น Wave ชัดสุดๆ แล้วนะมาเจอรุ่นนี้ต้องบอกว่า โค-ต-ร ชัดเลยครับ กับจอระบบสัมผัสชนิด Super AMOLED เป็นจอแบบ Capacitive Touchscreen 16 ล้านสี มันชัดขนาดว่าใช้กลางแดดยังมองเห็นชัดแจ่มเลย จอไอโฟน หรือจอมือถือรุ่นไหนๆ ก็สู้ไม่ได้ เอาง่ายๆ หากเทียบกับจอของ htc Design ที่เป็น Android เหมือนกันเมนูคล้ายๆ กัน นั้นยังให้ความคมชัดสู้ไม่ได้เลยเพราะรุ่นนั้นเป็นแค่จอ AMOLED แต่นี่ Super AMOLED นะครับ นอกจากนี้ขนาดหน้าจอยังกว้างที่ระดับ WVGA 480 x 800 พิกเซล เชียวนะ

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้จอของรุ่นนี้อาจได้รับรางวัลสุดยอดจอทัชสกรีนก็คือระบบการแสดงผลเมนู หรือ User Interface (UI) นั้นจะเป็นแบบ TouchWiz UI ที่ไต่ระดับมาเป็นเวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งการทำงานนั้นมันช่างเหมาะเจาะกับระบบปฏิบัติการ Android 2.1 เสียนี่กะไร มันใช้งานง่ายดี แถมสีสันยังสวยสดของจอมันยิ่งส่งผลให้ใช้งานได้สนุก และสบายตาจนไม่อยากวางจริงๆ และแน่นอนว่าการติดตั้งระบบ Proximity sensor ก็ช่วยมีระบบปิดหน้าจอเมื่อเราเอาตัวเครื่องแนบหูเพื่อโทร และจะเปิดหน้าจอทันทีเมื่อเราเอาเครื่องออกจากหู ซึ่งมันก็สามารถช่วยให้แก้มเราไม่ไปเผลอแตะหน้าจอแล้วเปลี่ยนเมนูโดยไม่ตั้งใจขณะใช้สายด้วย นอกจากนี้ตัว Accelerometer sensor ที่ติดมากับเครื่องก็ยังมีส่วนช่วยให้หน้าจอหมุนได้ตามการจับถือของเราด้วย เยี่ยมยอดจริงจอรุ่นนี้

Features

หลักๆ แล้ว คุณสมบัติของ Samsung Galaxy S นั้นยังคงเน้นหนักไปที่เรื่องความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือที่จะให้นักธุรกิจ หรือคนทวัยทำงานนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกับเครื่องมือที่ให้เราสามารถอ่าน และแก้ไขไฟล์เอกสารประเภท Word, Excel, PowerPoint และ PDF ได้ ซึ่งไฟล์เอกสารเหล่านี้นิยมใช้กันสำหรับงานออฟฟิศ ส่วนเรื่องของการรองรับอีเมล์นั้นมีการเพิ่มเติมในส่วนของ Push Email เข้ามาเพื่อเอาใจนักธุรกิจด้วย

การทำงานที่รวดเร็ว และมีความ smooth ของตัวเครื่องนั้น เราคงต้องหันไปขอบคุณหน่วยประมวลผลของเครื่องซึ่งก็คือเจ้า ARM Cortex A8 โดยเจ้าตัวนี้จะมีรหัสเรียกว่า Hummingbird ซึ่งให้ความเร็วในการวิ่งประมวลผลที่ 1 GHz จากที่ใช้งานนั้นถือว่าเร็วดี นี่ละข้อได้เปรียบที่ทาง Galaxy S ได้เปรียบ iPhoe ไปอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะไอโฟนนั้นถ้านับเอารุ่นล่าสุดที่วางขายไปแล้ว (ไม่นับตัวล่าสุอย่าง iPhone 4 นะจ้ะ) อย่าง iPhone 3Gs นั้นใช้ ARM Cortex A8 เหมือนกันแต่ความเร็วมีแค่ 600 MHz ซึ่งเทียบกันแล้วจะน้อยกว่า Galaxy S อยู่ถึง 2 เท่าตัว

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้อย่างเราๆ วางใจได้ว่าระบบเครื่องจะไม่มีปัญหาเรื่องของพื้นที่หน่วยความจำชั่วคราวอย่างแน่นอนเพราะเค้าใส่ RAM มาให้ถึง 512 MB เลยทีเดียว อีกอย่างหน่วยความจะเครื่องที่ใช้เก็บข้อมูล หรือไฟล์ส่วนตัวต่างๆ นั้นก็มีมาให้เลือกทั้งแบบ 8 GB และ 16 GB แต่สำหรับเครื่องตัวที่เราเอามาทดสอบนี้จะเป็นรุ่น 16 GB  จะว่าไปแล้วมันก็ทำให้เรารู้ว่ามันใช้งานได้สะใจดีจริงๆ เพราะเรายังสามารถเพิ่มการ์ดที่เป็น microSD หรือ SD/HC ได้มากถึง 32 GB โน่นเลย ถ้าหน่วยความจำขนาดนี้ยังไม่พอละก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว เหนือกว่า iPhone เห็นๆ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมถูกใจ และไม่อาจมองข้ามมันไปเฉยๆ ได้เลย ก็คือระบบแป้นพิมพ์ซึ่งหลายท่านอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าจอทัชสกรีนแบบนี้จะพิมพ์ข้อความกันยังไง ผมจะบอกให้ว่าแป้นพิมพ์ของรุ่นนี้เป็นแป้นพิมพ์แบบ QWERTY ครับออกแบบมาให้เป็นแป้นพิมพ์เสมือนจริงแต่ทำงานบนหน้าจอสัมผัส น่าแปลกที่แป้นพิมพ์แบบนี้มีความแม่นยำสูง แถมยังมีระบบ Swype Key ให้เราได้เลือกใช้งานเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการพิมพ์ โดยระบบนี้จะช่วยผสมคำที่เราต้องการจะพิมพ์เพียงใช้ปลายนิ้วลากแตะไปตามตัวอักษรที่ต้องการ โดยเราต้องลากแบบเป็นคำ หรือประโยคสั้นๆ ระบบก็จะผสมคำให้เราทันที เจ๋งดีอันนี้ชอบมาก เหมาะกับการแชทเป็นอย่างยิ่ง และถ้าจะใช้แป้นพิมพ์ให้ถนัดมือควรหมุนตัวเครื่องให้จอแสดงผลเป็นแนวนอนจะเวิร์คมากขอบอกๆ ครับ

 

Supa-clear Camera

ส่วนของกล้องถ่ายรูปนั้นถือว่าโดนๆ เลย แต่น่าเสียดายไปนิดตรงที่ไม่มีไฟแฟลชนี่ละ เพราะเอาแค่คุณภาพระดับ 5 ล้านพิกเซลนั้นถือว่าใหญ่จัดชัดจริงอยู่แล้ว แถมฟังก์ชั่นกล้องก็ไม่เป็นรองใครเพราะมีทั้งระบบ ออโต โฟกัส (Auto Focus) ซึ่งจะปรับโฟกัสอตโนมัติ เพิ่มความคล่องตัวอีกนิดด้วย ทัชโฟกัส (Touch Focus) ที่ให้เราใช้นิ้วจิ้มลงบนหน้าจอ เพื่อเลือกมุมโฟกัสด้วยแปลายนิ้วเราเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มความคมชัดด้วยการเปิดระบบเฟส-ดีเทคชั่น (Face Detection) เพื่อจับภาพใบหน้าคนได้ชัดขึ้น มีระบบ บลิง-ดีเทคชั่น (Blink Detection) เพื่อจับภาพได้แม่นยำไม่ติดภาพกระพริบตามาให้หม่นหมองอย่างแน่นอน หรืออย่างระบบ ออโต คอนทราส (Auto Contrast) นั้นก็เพื่อปรับความคมของภาพได้แบบอัตโนมัติด้วย นอกจากนี้ท่านยังเปิดระบบ GPS เพื่อใช้งาน Geo-tagging สำหรับการแนบพิกัดลงในรูปที่เราถ่ายเพื่อนำไปใช้งานบนแผนที่ GPS ได้ด้วย

ทั้งนี้ตัวกล้องสามารถรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ Hi-def (HD) ที่ 720p ความละเอียดที่ 1280 x 720 พิกเซล ความเร้วเฟรมเรตที่ 30 เฟรมต่อวินาที ซึ่งตอนนนี้มีไม่กี่รุ่นที่ถ่ายวิดีโอ 720p ได้ แต่เทียบกันแล้วเฟรมเรตของรุ่นนี้จะดีกว่าอื่นๆ อย่าง OmniaHD หรือ Sony Vivaz เองก็ทำได้ที่ 24 เฟรมต่อวินาที ถือว่ากล้อ

วิดีโอรุ่นนี้ถ่ายไอคมชัดดีมากๆ น่าเสียดายไปนิดตรงที่ไม่มีไฟช่วยถ่ายไม่งั้นนะแจ่มกว่านี้ใช้แทนกล้อง DVD ได้เลย

 

Connectivity

เรื่องของระบบการเชื่อมต่อนั้นต้องชมเชย Galaxy S ที่มีมาให้ครบตั้งแต่ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 b/g/n ที่สำคัญมันรองรับระบบ DLNA ได้ด้วย นั่นทำให้เราสามารถที่จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi DLNA ได้ง่าย ตัวอย่างเช่นรุ่นนี้ไม่มีช่อง TV-out มาให้เราก็สามารถเชื่อมต่อเปิดดูหนังผ่าน DLNA ไปยังเครื่องโทรทัศน์ที่รองรับระบบนี้ได้ นอกจากนี้เรื่องของบลูทูธนั้นจะเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดคือ Bluetooth 3.0 พร้อมรองรับโปรไฟล์ A2DP/AVRCP ด้วย

และแน่นอนว่าตัวเครื่องนั้นรองรับระบบเครือข่าย 3G ซึ่งบ้านเราไม่รองรับ จะใช้งานได้ก็คือ GSM ซึ่งบ้านเรามีทั้ง GPRS และ EDGE ซึ่งรุ่นนี้จะเป็นแบบ Class 12 แต่ขอเตือนอย่างนะครับเวลาใช้อินเตอร์เน็ตในรุ่นนี้โปรดสังเกตุ ไอคอน GPRS หรือ EDGE (แล้วแต่พื้นที่ว่าจะมีสัญญาณแบบไหน) ให้ดีบางที หากเราไม่ได้ใช้โปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตแบบเหมา ก็อาจจะเสียเงินฟรีๆ ได้เหมือนกันเพราะรุ่นนี้จะไม่มีช็อตคัตมาให้เอาไว้ปิดสัญญาณ DEGE นะครับ (ไม่เหมือนกับ BlackBerry) ทางแก้ง่ายๆ ก็คือให้เข้าไปแก้โปรไฟล์ ใน Access Point ซะ เท่านี้ตัวเครื่องก็ไม่สามารถเชื่อมต่อ EDGE ได้แล้ว หากจะใช้ก็เข้าไปแก้ให้ถูกต้องดังเดิมเอาครับ

สำหรับช่อง USB นั้นรุ่นนี้ใช้สายแบบ micro-USB ซึ่งเป็นมาตรฐานของ micro-USB ที่มักใช้งานกันทั่วไป ทั้งใน BlackBerry หรือโนเกียบางรุ่น นอกจากนี้ตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐานแบบ แจ็ก 3.5 มิลลิเมตรด้วย

 

Full-Power Function

ต้องยอมรับจริงๆ ละว่า Galaxy S นั้นเป้นโทรศัพท์ที่นอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีแล้ว การเป็นเครื่องมือเพื่อความบันเทิงนั้นก็ไม่ได้ด้อยเลย หากเทียบกับไอโฟนแล้วสูสีครับ จะได้เปรียบหน่อยก็ตรงหน้าจอที่ชัดกว่ามาก (จริงๆ) โดยเครื่องเล่นเพลงนั้นยังคงอินเตอร์เฟสของ TouchWiz อยู่ใช้งานง่าย สามารถแสดงรายการเพลงแบบเป็นหน้าปกอัลบั้มได้ด้วย รวมถึงการแชร์เพลงต่างๆ นั้นก็ทำได้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญสามารถเลือกระบบเสียงได้อย่างหลากหลาย จะว่าไปแล้วก็เหมือนที่เครื่อง Samsung Wave ทำได้นั่นละครับ เสียงเพลงตึ้บดีจริงๆ

ส่วนเครื่องเล่นวิดีโอนั้นถือว่าสุดยอดครับกับคุณภาพ 720p ซึ่งนอกจากจะรองรับไฟล์ MPEG4 แล้วตัวเครื่องสามารถอ่านไฟล์วิดีโอประเภท DivX และ XviD ได้ด้วย  จากที่ลองใช้ดูต้องยอมรับว่าแจ่มครับ ดูแบบเต็มจอแล้วถือว่าชัดดีไม่มีกระตุก นั่นก็ต้องขอขอบคุณจอ Super AMOLED ที่ให้คุณภาพสีได้สุดยอดจริงๆ

ส่วนเรื่องของการออนไลน์นี่ก็ต้องยกนิ้วให้เช่นกัน เพราะภายในตัวเครื่องนั้นจะมีแอพพลิเคชั่นที่เป็น Community มาให้ใช้งานอย่างครบถ้วน ทั้ง Facebook, Twitter, Youtube, Picasa หรือแม้กระทั่ง Google นั้นก็มีมาให้ แต่ที่ชอบก็คือเค้าจะมี Social Hub ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่เป็นการรวมเอาสังคมออนไลน์ที่เราใช้ทั้งหมดมารวมไว้ด้วยกัน เพียงแต่กดเข้า Social Hub นี้เราก็จะสามารถรู้ได้เลยว่าเพื่อนๆ เราเข้ามาคอมเม้นต์ หรือส่งข้อความผ่านเครื่องมือใด เรียกว่าเจ๋งสุดๆ แล้ว อีกอย่างที่ผมชอบ และเป้นความคิดที่ดีทีเดียว นั่นก็คือตัวโปรแกรม Layar ที่เป็นเสมือนโปรแกรมสำหรับดูข้อมูลในสถานที่จริงด้วยกล้องถ่ายรูปของเราเอง เพียงเปิดโปรแกรมนี้แล้วนำกล้องของ Samsung Galaxy S ส่องแล้วกวาดไปรอบสถานที่นั้นๆ ตัวโปแกรมก็จะบอกรายอะเอียดได้ทั้นที ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือแม้แต่ร้านค้าที่ลดราคาสิ้นค้าอยู่ก็ตามที เรียกว่าเป็น Live Report program ที่น่าสนใจดีทีเดียว

 

My Last Word

ผมบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า Samsung Galaxy S นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะกับความสามารถ และฟังก์ชั่นเครื่องที่เพียบพร้อมจริงๆ ส่วนตัวแล้วผมว่าดีกว่ารุ่น OmniaHD เสียอีก หรือหากเทียบกับ iPhone แล้วก็ถือว่ารุ่นนี้ได้เปรียบกว่าในเรื่องของจอภาพ การทำงานที่ลื่นไหลกว่า ส่วนฟังก์ชั่นโดยรวมๆ แล้วสูสีกัน แต่หากเปรียบเทียบเรื่องราคา และการใช้งานจริงๆ แล้วทาง Galaxy S ดูจะคุ้มราคากว่า อย่างเห็นได้ชัด

อีกอย่างตัวเครื่อง รวมถึงเมนูนั้นก็ใช้งานได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโอนถ่ายข้อมูลที่ทำได้ง่ายกว่าทาง iPhone เยอะ และที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับนักท่องเน็ตก็คือ การแสดงผลของ Web Browser 2.0 ที่ถือว่าสุดยอด เพราะสามารถให้เราใช้นิ้วควบคุมการแสดงผล ซูมเข้า ออก หรือเลื่อนหน้าเว็บเพจต่างๆ  ได้อย่างลื่นไหลดี นอกจากนี้ยังรองรับการแสดงผลแบบ Flash Lite ที่เเป้นเวอร์ชั่น 3.1 ด้วย นี่ยิ่งถ้าแสดงผลแบบจอแนวนอนนะถือว่าสุดยอดอ่านง่าย จนลืมคอมพิวเตอร์ไปเลยละครับ หากไม่เชื่ออันนี้ก็คงต้องไปหามาลองเองแล้วละครับ

 

รายละเอียดตัวเครื่อง


เครือข่ายที่รองรับ

รองรับระบบ GSM 850/900/1800/1900 MHz

รองรับระบบ 3G- HSDPA 900/1900/2100 MHz

ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE

 

ขนาดตัวเครื่อง

ขนาด 122.4 x 64.2 x 9.9 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 118 กรัม

 

หน้าจอแสดงผล

จอแสดงผลสัมผัส Super AMOLED capacitive touchscreen 16 ล้านสี,

ขนาด 480 x 800 พิกเซล (4.4")

ระบบสั่งงานบนหน้าจอสัมผัส (Multi-touch input)

ระบบ Accelerometer Sensor จับความเคลื่อนไหว

ระบบ Proximity Sensor สำหรับ เปิด-ปิดหน้าจออัตโนมัติ

ระบบพิมพ์ข้อความ Swype Txt Input

หมุนกลับหน้าจออัตโนมัติขณะใช้งาน (Auto-rotate)

ระบบสัมผัส TouchWiz UI 3.0

ระบบปลดล็อกหน้าจอแสนฉลาด (Smart Unlock)

 

ระบบเสียง

เสียงเรียกเข้า Polyphonic / MP3 / ระบบสั่นเตือนในตัว

 

หน่วยความจำ

หน่วยความจำเครื่อง  8/16 GB , RAM 512 MB

เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 32 GB

สมุดรายชื่อบันทึกแบบไม่จำกัด

 

การส่งผ่านข้อมูล

รองรับ W-Fi 802.11 b/g/n, DLNA

micro USB 2.0

Bluetooth™3.0

รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP)

3G-HSDPA 7.2 Mbps, HSUPA 2 Mbps

GPRS / EDGE class 12

อินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ WAP 2.0 / xHTML,HTML

รับ-ส่งข้อความ SMS (Threaded view), MMS, Push Email, IM, RSS

ระบบนำทาง GPS, A-GPS (Samsung Mobile Navigator)

รองรับ Flash Lite 3.1

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล - 2592 x 1944,  ไฟแฟลช, Auto Focus, Touch Focus

ระบบ Image Stabilizer, Face/Smile/Blink Detection, Geo-tagging, Touch Focus

เลือกสมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / แสงกลางวัน / แสงฟลูออเรสเซ้นต์ / แสงหลอดไฟสีส้ม / เมฆมาก

โหมดการถ่าย (Shooting Mode) ภาพเดียว / ถ่ายต่อเนื่อง (9 ภาพ) / โมเสก / จับภาพรอยยิ้ม / พานอรามา / เพิ่มกรอบสติกเกอร์

เลือกลักษณะฉากหลัง (Scene Mode) เน้นมุมกว้าง / กีฬา / ภาพคน / กลางคืน / พระอาทิตย์ตก

เลือกคุณภาพ (Quality) ต่ำ / ปานกลาง / สูง

ตั้งค่าถ่ายภาพหน่วงเวลา 2 วินาที / 5 วินาที / 10 วินาที

ถ่ายวิดีโอ MP4 ขนาด 720p @ 30 fps (เปิดไฟช่วยถ่ายได้)

 

คุณสมบัติทั่วไป

ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 Eclair

ซีพียู ARM Cortex A8 1 GHz

เพิ่มพื้นที่ หรือ Fields ในสมุดโทรศัพท์ได้

แสดงภาพโทรเข้า (Caller Picture)

รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ)

เครื่องเล่นวิดีโอ MP4 / H.263 / H.264 / WMV / Xvid / DivX

เครื่องเล่นเพลง MP3 / WAV / eAAC+ / WMA / AMR / AC3 / FLAC

วิทยุ FM Stereo รองรับ RDS

เครื่องบันทึกเสียง WAV / AMR (Sound Recorder)

ช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

 

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1500 mAh

สนทนาต่อเนื่อง 15 ชั่วโมง

เปิดรอรับสาย 650 ชั่วโมง

เปิดฟังเพลงต่อเนื่อง 35 ชั่วโมง

 

เครื่องมือการจัดการ

จัดการไฟล์, ปฏิทิน, รายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, เครื่องแปลงหน่วย, เวลาโลก, เกมส์

 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

ระบบเขย่าตัวเครื่องเพื่อสั่งงาน (Motion Sensor), Facebook, Google, Youtube, Twitter, Picasa, Layar, Parlingo Instant Messager, Social Hub, Smart Search, Navigation (A-GPS), Dialy Briefing, Mini Dairy, Samsung Apps, Java Application, Widget Menu, XE Curncy, Quick Manual

 

ขอขอบคุณ
บริษัท ซัมซุง (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ

www.samsung.com/th

http://www.samsung.com/th/consumer/mobile-phone/mobile-phone/infotainment/GT-I9000HKATHL/index.idx?pagetype=prd_detail

 

ราคาโดยประมาณ : 22,898 บาท
* ราคาอัพเดทล่าสุดวันที่ 15-09-53 เวลา 11:50 น.



สามารถสั่งซื้อมือถือรุ่นนี้ได้ที่นี่

 

ความเห็น (0)add
เขียนแสดงความเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 

 

 

 

 

 
Mobilemagazine