Mobilemag ทุกสาระความบันเทิงที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต้องการ



Samsung Wave
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย Webmaster   
วันพุธที่ 15 กันยายน 2010 เวลา 14:05 น.
Share

มือถือที่อาจจะทำให้โลกของสมาร์ทโฟนเปลี่ยนไป

หลายครั้งที่เราพูดถึงสมาร์ทโฟนแล้วอาจทำให้นึกถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ Windows OS, Symbian OS หรือแม้กระทั่ง Android OS ที่ถือเป็นความนิยมลูกใหม่สำหรับระบบปฏิบัติการที่ใช้บนโทรศัพท์มือถือกันมากที่สุดอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว แต่จะมีใครพอจะรู้จัก Bada OS กันบ้าง

Bada OS นั้นเป็นระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่ค่ายซัมซุงเป็นผู้พัฒนามันขึ้นมาเพื่อโทรศัพท์ของตัวเองโดยเฉพาะ ซึ่งเจ้า OS ตัวใหม่นี้จะทำงานร่วมกับระบบ TouchWiz UI ซึ่งเป็นการแสดงผลเมนูในแบบฉบับของทางค่ายซัมซุงอีกเช่นกัน โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้ จะรองรับการทำงานรูปแบบ sensor-based, context-aware applications, ไปจนถึงการตรวจจับความเคลื่อนไหวต่างๆ ในรูปแบบของmotion sensing เป็นต้น

ทั้งนี้เจ้า Bada OS นั้นถือว่าเป็นการผสมผสานระหว่าง Symbian กับ Android กลายๆ ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการใช้งานประเภท Social network, location base service, Content Management ไปจนถึงการซิงโครไนซ์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เป็นหลัก ที่สำคัญหน้าตา และรูปแบบเมนูนั้นใช้งานง่ายมาก  ซึ่งเราจะได้ทดลองใน Samsung Wave (ชื่อรหัสคือ S8500) เครื่องนี้นี่เอง

 

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ Samsung Wave

- จอสัมผัสขนาดใหญ่ 3.3 นิ้วมาตรฐานความคมชัด Super AMOLED Capacittive

- ระบบสัมผัสจอภาพ Multi-touch พร้อมกระจกกันรอยขีดข่วน

- รูปทรงบางเพียง 10.9 มิลลิเมตร

- ซีพียูความเร็ว 1 กิกกะเฮิร์ตซ์ของ ARM Cortex A8

- รองรับระบบ GSM Quad-band และ 3G Dual-band (HSDPA, HSUPA)

- ระบบปฏิบัติการ Bada OS ใหม่

- ระบบเชื่อมต่อกับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 b/g ซึ่งเชื่อมต่อแบบ WPS และ Wi-Fi tethering

- กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมออโตโฟกัส และมีระบบถ่ายภาพที่ดีทั้ง Touch Focus, Geotagging, Face/Smile Detection และ ไฟแฟลช LED

- รองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพ 720p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที

- รองรับระบบนำทาง GPS/A-GPS ในตัวพร้อมฟีเจอร์ดีๆ อย่างเข็มทิศดิจิตอล และโปรแกรมนำทาง Samsung Mobile Navigator

- หน่วยความจำใช้งาน 390 MB, หน่วยความจำสำหรับบันทึก 1 GB และ 550 MB สำหรับเก็บข้อความสั้น

- รองรับการ์ด microSDHC

- ช่องต่อ microUSB มาตรฐาน

- ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชั่นลใหม่ 3.0 พร้อมรองรับ A2DP

- ช่องเสียบต่อหูฟังแบบ Jack ขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร และช่อง TV-out

- วิทยุ FM Stereo พร้อม RDS, ระบบ FM Recording

- เข้าสู่เว็บไซต์ด้วย Samsung Dolphin Browser 2.0 พร้อมรองรับการแสดง full Flash

- มีโปรแกรม Youtube, Facebook และ Twitter พร้อมใช้ในเครื่อง

- สามารถรองรับไฟล์วิดีโอ DivX/Xvid/MPEG4/MKV คุณภาพ 720p ได้ดี

- มีระบบ Smart Unlock พร้อมปุ่ม ล็อก/ปลดล็อกหน้าจอได้อย่างสะดวกทันใจ

 

ข้อเสีย เล็กๆ น้อยๆ ของ Smasung Wave

- กล้องไม่มีตัวป้องกันเลนส์ (Lens cover)

- จำกัดการเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่น

- หน้าจอไม่มีระบบปรับเสียง Ambient light sensor

- ช่องใส่การ์ด microSD นั้นอยู่ใต้ตัวแบตเตอรี่ทำให้ถอดใส่ลำบาก

- วิทยุ FM ต้องใส่หูฟังก่อนถึงจะเปิดฟังได้

 

Design

มาว่ากันถึงเรื่องการออกแบบ และรูปทรงกันดีกว่า จุดแรกเลยที่ต้องขอชื่นชมก็คือวัสดุตัวเครื่องนั้นถือว่าหรูเอามากๆ แถมยังคุณภาพดีซะด้วย เมื่อเทียบกับค่ายโนเกียแล้ว ทางซัมซุงกินขาด แม้ตัวเครื่องจะมีราคาอยู่ในระดับเดียวกันก็ตามที แม้ว่าหน้าตาอาจจะไม่หนีรุ่นเดิมๆ ของซัมซุง แต่เจ้า Wave เครื่องนี้ก็มีดีที่หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ใช้งานได้เต็มตาขึ้น แต่ที่ผมชอบมากที่สุดบนตัวเครื่องก็คือ บรเวณฝาหลัง รวมถึงตัวฝาหลังเองก็ตามจะใช้วัสดุเป็น Stainless Steel ทั้งหมด ส่วนของเลนส์กล้อง และไฟแฟลชจะออกแบบให้คล้ายรูปเพชรดูแล้วหรูไม่เบา แต่ต้องระวังนิดเรื่องรอยขีดข่วน นอกจานี้ตัวเครื่องดูจะลื่นๆ มือไปสักนิดเวลาจับถือต้องระวังหล่นด้วยนะครับ

 

ในส่วนของปุ่มกดนั้นด้านหน้ายังคงมีเพียงปุ่มกกลางสำหรับเลือกเข้าสู่หน้าเมนูหลัก ส่วนปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายนั้นเป็นปุ่มรับสาย/โทรออก สว่นทางด้านขวานั่นแน่นอนว่าต้องเป็นปุ่มวางสายและเปิด-ปิดเครื่องเช่นเคย

ด้านข้างทางซ้ายมือจะเป็นปุ่มใช้ปรับเสียงซึ่งก็กดง่ายดีครับ ส่วนด้านขวานั้นจะมีทั้งปุ่ม รูปกุญแจสำหรับล็อก ปและปลดล็อกหน้าจอ  ส่วนปุ่มที่อยู่ถัดลงมาจะเป็นปุ่มชัตเตอร์ให้ใช้งานกล้องถ่ายรูปครับ

ส่วนบนหัวเครื่องนั่นนอกจากจะมีช่องลำโพงอยู่แล้ว ก็จะมีช่องต่อหูฟังแบบ Jack 3.5 มม. ซึ่งเป็นช่องที่รองรับกับหูฟังมาตรฐานที่ใช้งานกันทั่วไปได้ทุกรุ่นสำหรับการฟังเพลง ถัดมาอีกนิดก็จะเป็นช่อง micro-USB ซึ่งก็เป็นช่องสำหรับเอาไว้ต่อสายเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างดีทีเดียว ที่สำคัญมีฝ่เลื่อนเปิด-ปิดใส่ผงฝุ่นไปอุดรูได้ดีอีกด้วย

 

Display

ไม่พูดถึงไม่ได้เพราะเป็นจุดเด่นอีกอย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ กับจอ Super AMOLED แบบ Capacitve Touch Screen ที่มีความคมชัดเอามากๆ ต้องยอมรับว่าคมชัดจริงๆ จะว่าไปดูแล้วคมกว่าจอค่ายโนเกีย 16 ล้านสีเลยก็ว่าได้ แถมยังสู้แสงดีต่างหากเรียกว่าเวลาใช้งานกลางแจ้งแสงแดดจ้านี่ก็ไม่เป็นปัญหาเลย ที่สำคัญขนาดของการแสดงผลนั้นอยู่ที่ 3.3 นิ้ว ที่ 480 x 800 พิกเซล แถมการสั่งงาน้วยระบบ multi touch นั้นก็ลงตัวตอบสนองต่อปลายนิ้วสัมผัสได้อย่างแม่นยำดี จอไอโฟนก็ไอโฟนเถอะเจอจอรุ่นนี้ของซัมซุงก็หนาวได้เหมือนกัน อีกอย่างการแสดงผลเมนูของเทคโนโลยี TouchWiz UI 3.0 นั้นก็ช่างสวยงาม และเป็นระเบียบเป็นหมวดหมู่ดี ทำให้เรียกใช้งานเมนูได้ง่ายขึ้น เรียกว่าคนเพิ่งเริ่มใช้มือถือใหม่ๆ ก็สามารถใช้งานได้ง่ายอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แล้วก็ต้องขอขอบคุณกระจกกันรอยที่ช่วยถนอมหน้าจอได้ดีทีเดียว เกือบลืมบอกไปว่าหน้าจอรุ่นนี้ติดตั้งระบบ Proximity sensor ที่ช่วยปิดหน้าจอเมื่อเราเอาตัวเครื่องแนบหูเวลาโทร และจะเปิดหน้าจอเมื่อเราเอาเครื่องออกจากหู ช่วยให้แก้มเราไม่ไปเผลอแตะหน้าจอแล้วเปลี่ยนเมนูโดยไม่ตั้งใจ แถมด้วยระบบ Accelerometer sensor ที่ช่วยให้หน้าจอหมุนได้ตามการจับถือของเราด้วย

 

Features

ต้องขอขอบคุณทางซัมซุงที่ช่วยกันพัฒนาเจ้าระบบปฏิบัติการ Bada OS ขึ้นมาเป็นของตัวเอง เพราะมันดูจะเข้าท่าเข้าทางมากกว่าไปใช้ Windows Mobile เสียอีก เพราะแอพพลิเคชั่นหลายๆ อย่างมันช่างดูลงตัวเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะกับแอพพลิเคชั่นประเภทให้ความบันเทิง และเรื่องของสังคมออนไลน์ด้วย โดยในตัวเครื่องนั้นจะมีเครื่องมืออย่าง facebook, Twitter และแอพพลิเคชั่นที่เป็นศูนย์รวมสังคมออนไลน์ของคุณอย่าง Palingo อีกด้วย นอกจากนี้บริการดีๆ อย่าง Yotube เคาก็มีติดมาให้เลือกใช้ด้วยเหมือนกันเรียกว่าครบถ้วน เข้าถึงได้ง่ายเลยจริงๆ

 

มาดูในเรื่องของหน่วยประมวลผล หรือซีพียู และหน่วยความจำกันบ้าง โดยเจ้า Samsung Wave นั้นเลือกใช้ซีพียูความเร็วถึง 1 GHz ของ ARM Cortex A8 ซึ่งถือว่าเป็นซีพียูที่มีประสิทธิภาพความเร้วในการประมวลผลสูง แต่กินไฟน้อย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมต้องเลือกซีพียูรุ่นนี้ แถมหน่วยความจำตัวเครื่องนั้นก็มีเหลือเฟือสำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ สำหรับการทำงานของตัวเครื่องที่ 1.5 GB และสำหรับให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลอื่นๆ ได้อีก 390 MB แต่ที่น่าสนใจก็คือท่านสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำ microSD ได้มากถึง 32 GB เลยทีเดียวเรียกว่าเหลือเฟือสำหรับเก็บไฟล์หนัง เพลง ภาพและอื่นๆ ที่อยากเก็บเอาไว้ได้อย่างเหลือๆ

 

สำหรับเครื่องมือ และแอพลิเคชั่นผู้ช่วยที่น่าสนใจอื่นๆ นั้นก็มีเช่น Daily Breifing สำหรับเข้าใช้งาน AccuWeather ที่เป็นเครื่องบอกสภาพภูมิอากาศประจำวัน รายงานหุ้น และข่าวทางด้านการเงินและการลงทุนประจำวัน จาก Yahoo! Finace รายงานข่าวรอบโลกจาก Ap และตารางงาน บันทึกประจำวันเป็นต้น ซึ่งการใช้แอพพลิเคชั่นตัวนี้จำเป็นต้องต่อ GPRS หรือ EDGE ก่อนหรือใครสะดวกต่อผ่าน Wi-Fi อินเตอร์เน็ตก็ได้เช่นกัน ข้อสำคัญเวลาที่เราเลือกเปิดเครื่องมือ Widget นั้นจะมีแอพพลิเคชั่นเมนูที่ซ่อนอยู่ขึ้นมาให้เราเลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Dual Clock  นาฬิกาบอกเวลได้ทั่วโลก, Network info ที่บอกสาถนะเครือข่ายผู้ให้บริการที่ท่านใช้งาน และเครื่องมืออีกมากมายที่เราสาธยายได้ไม่หมดจริงๆ ไม่งั้นคงยาวเกินหน้ากระดาษแน่ๆ

 

ทั้งนี้ผู้ใช้เองยังสามารถเข้าไปโหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ใน Samsung Apps ซึ่งมีให้เลือกโหลดมากมายโดยตรงลงสู่โทรศัพท์ได้อย่างง่ายๆ ซึ่งเมื่อเราเลือกเข้า Samsung Apps นี้แล้ว ขอแนะนำว่าจำเป็นต้องดาวน์โหลดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่าน Wi-Fi หรือ EDGE ก็ตาม แต่ถาให้ดี ไวๆ หน่อยก็โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงจะดีกว่า นอกจากนี้ควรโหลดเฉพาะที่มันขึ้นว่า Free ดีกว่าครับไม่งั้นต้องเสียตังค์เพิ่มอีก

 

BigPict.

ต้องยอมรับว่ากล้องระดับ 5 ล้านพิกเซลของ Samsung Wave ตัวนี้ทำให้ผมสนุกไปกับการถ่ายรูปดีจริงๆ เพราะนอกจากคุณภาพของรูปถ่ายที่คมจัด ชัดจริง แล้วการเลือกถ่ายเป็นวิดีโอภาพเคลื่อนไหวระดับ 720p ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาทีนั้นก็ทำให้ผมชอบมันมากขึ้น ที่สำคัญตัวเครื่องนั้นสามารถรองรับไฟล์วิดีโอ ทั้ง DivX, XviD, MP4 หรือแม้กระทั่ง MKV ที่ความละเอียดสูงสุด 720p ได้อย่างสบายๆ

 

ทั้งนี้การทำงานของกล้องถ่ายรูปนั้นถือว่าใช้งานได้ง่ายขึ้นมาก ด้วยการจับถ่ายแบบแนวนอน (Landscape) แถมอินเตอร์เฟสกล้องที่ไม่ซับซ้อน เลือกปรับตั้งค่าการถ่ายรูปได้หลากหลาย ทั้งการควบคุมการตั้งค่านั้นก็ใช้การแตะสัมผัสลงบนหน้าจอ (Touch Optimize) สามารถตั้งค่า ISO ได้ หรือเลือกค่า White Balance, เปิดระบบ Image Stabilizer สำหรับกันการสั่นไหว หรือเลือกเปิดใช้งาน Face Detection เพื่อการตรวจจับใบหน้า หรือ Blink Detect เพื่อป้องกันตากระพริบ ภาพจึงออกมาสวยสมบูรณ์แบบดี การเพิ่มระบบ Geotagging ลงไปด้วยนั่นก็ช่วยให้สามารถนำเอาภาพถ่ายนั้นไปแนบบนแผนที่นำทาง GPS ได้ด้วย เพราะจะมีการพิกัดลงไปในไฟล์ภาพที่ถ่ายนั้นด้วย โดยรวมๆ แล้วผมชอบกล้องรุ่นนี้มาก โดยเฉพาะการเลือกถ่ายเป็นวิดีโอนั้นทำได้ที่ 720p บนความเร็วของเฟรมเรตที่ 30 fsp ในขณะที่กล้องในมือถือที่เป็น HD เหมือนๆ กันอย่าง SonyE- Vivaz ที่ทำได้เพียง 24 fsp เท่านั้น

 

Connectivity

จุดเด่นนอกจากที่ตัวเครื่องนั้นสามารถรองรับระบบ 3G-HSDPA ได้ด้วยแล้ว สิ่งที่ดูเข้าตาโดนใจหน่อยก็น่าจะเป็นระบบ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 b/g/n ที่มีระบบ WPS (WiFi Protected Setup) ซึ่งเป็นระบบการตั้งค่าความปลอดภัยอัตโนมัติบนเครือข่ายไร้สายนี้ด้วยการใส่รหัสที่เป็นส่วนตัว รวมถึงยังรองรับ Wi-Fi Tethering ซึ่งเป็นคุณสมบัติในการแชร์เครือข่ายไร้สายผ่านตัวเครื่อง เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่รองรับระบบ Wi-Fi ทำให้การแชร์อินเตอร์เน็ต หรือการแชร์ระบบ Wi-Fi ได้หลากหลายขึ้น

 

ในส่วนของบลูทูธนั้นรุ่นนี้จะใช้ Bluetooth เวอร์ชั่นที่เป็น 3.0 ล่าสุดแล้ว ทั้งยังรองรับโปรไฟล์ A2DP และ ยังรองรับการใช้งานด้วยระบบ Push Email ได้อย่างดีซะด้วย โดยเจ้า Push Email นี้สามารถรองรับการเก็บข้อมูลทั้งการรับ-การส่งได้ที่ขนาด 5 MB ทั้งนี้ระบบ Email ที่รองรับก็จะเป็นได้ทั้ง POP3 และ IMAP4 รวมถึงรองรับ SSL encrption ด้วย

 

Function Pist-on

สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงแล้วละก็ต้องขอบอกว่ารุ่นนี้ สุโค้ย (สุดยอด) มากเพราะมีระบบเสียง DNSe ที่ให้เสียงได้คมชัดจริงๆ ถ้าไม่ได้ลองใช้เองผมก็คงไม่รู้ว่าเสียงมันช่างไพเราะเพราะพริ้งสนั่นหูดีจริงๆ แถมยังเลือกปรับอีควอไลเซอร์ได้หลากหลาย รวมถึงเลือกเปิดเอฟเฟกต์เสียงแบบเน้นเสียงเบส เสียงกว้าง เสียงในคอนเสิร์ตฮอล์ล และอื่นๆ อีกมากมาย เสน่ห์ของเครื่องเล่นเพลงนี้นอกจากจะอยู่ที่ระบบเสียงแล้ว ยังอยู่ที่ลูกเล่นอย่างการแสดง Playlist ที่เลือกได้เป็นอัลบั้ม ชื่ศิลปิน ตามแนวเพลง ได้เป็นต้น นอกจากนี้หากใช้บนมุมมองของหน้าจอแนวนอนด้วยการเอียงตัวเครื่องนั้น หน้าจอจะแสดงเป็นแผ่น CD พร้อมภาพอัลบั้มเพลง สามารถให้เราได้เอานิ้วจิ้มรายการเพลงที่ต้องการได้ทันทีลงบนรูป CD ของศิลปินที่ต้องการได้เลย สะดวกดี

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบ Music Recognition เพื่อค้นหาชื่อเพลงที่เราฟังแต่ไม่รู้จัก แล้วกด Sampling เพลงที่เราฟังเมื่อได้แล้วก็เลือกให้ระบบค้นหารายละเอียดของเพลงที่เราต้องการรู้ หรืออย่างระบบ Wish List นั้นก็เอาไว้เลือกเพลงที่เราต้องการซื้อบนโทรศัพท์ได้เลย (อันนี้ต้องมีบริการรองรัเท่านั้นจึงจะใช้ได้) และที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือระบบ Find Similar จะเป็นระบบที่ให้เราเอาไว้หาแนวเพลงที่คล้ายกับที่เราชอบฟัง แบบชอบเพลงไหน แนวใดก็กดรายการที่ว่านี้ระบบก็จะมีรายการเพลงที่คล้ายกันนี้ขึ้นมาให้ อันนี้ต้องต่อผ่าน EDGE หรือ Wi-Fi Internet นะครับ เวลาใช้ก็ต้องระวังด้วยเพราะมันเสียเงินค่าเชื่อมต่อหากเราต่อผ่าน GPRS หรือ EDGE

 

My Last Words

ส่วนตัวผมแล้ว Samsung Wave นั้นหากดูจากภายนอกแล้วยังคงมีความชัดเจนของแบรนด์ซัมซุงอยู่อย่างชัดเจน ถึงแม้รุ่นนี้จะมีความบาง และสวยลงตัวกว่าทุกๆ รุ่นที่เคยมีมา ซัมซุงก็คือซัมซุงที่ยังชัดเจนเรื่องดีไซน์ที่เป็นตัวของตัวเอง แต่จุดที่น่าสนใจก็คือจอแสดงผลขนาดใหญ่มากมาย แถมยังคมชัดจนผมเองยังแอบชอบอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ใช้ทีไรก็ชอบ ส่วนใครที่กลัวว่าขนาดตัวเครื่องดูใหญ่ๆ แล้วทำให้พกไม่สะดวก อันนั้นลืมไปได้เลย เพราะผมเองลองพกเอาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ใส่ได้ไม่เกะกะ แม้จะเป็นกางเกงขาเดฟ ที่ผมมักชอบใส่ก็ตามทีก็ดูไม่อึดอัด อีกอย่างใครที่ลังเลกับ Bada OS อันนี้คอนเฟิร์มเลยว่าใช้งานได้ดีไม่แพ้ OS ดังๆ ทั้งหลายเลย ส่วนตัวแล้วผมชอบเจ้า Bada OS นี่นะ เพราะมันดูเหมาะกับการใช้งานแบบมัลติมีเดีย และสังคมออนไลน์ดีมากๆ

 

และยิ่งได้ใช้งานโหมดของการฟังเพลงผมจะชอบเป็นพิเศษเพราะมันมีลูเล่นเข้าขั้นสุดยอด เสียงอย่างแจ่มฟังสบายรูหูดี ฟังทีไรก็มีความสุข แถมยังไม่กินแบตเตอรี่ด้วย เพราะผมลองเปิดฟังเพลงต่อเนื่องนานตั้ง 4 ชั่วโมงแบตเตอรี่ลดมาขีดเดียวเอง ที่สำคัญเวลาเราฟังๆ อยู่มีสายโทรเข้ามาเพลงก็จะตัดให้ แล้วกลับมาฟังต่อเมื่อวางสาย รวมถึงเมื่อเราดึงหูฟังออกขณะฟังเครื่องเล่นเพลงก็จะหยุดการเล่นทันทีอีกด้วย โดยช่องเสียบสายหูฟังนั้นก็เป็นขนาดมาตรฐานแบบแจ็ก 3.5 มิลลิเมตรที่เค้านิยมใช้กันทั่วๆ ไปด้วย เรียกว่าเอาหูฟังอื่นๆ มาเสียบฟังก็ได้ด้วย นี่ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากมีมือถือแบบนี้ไว้ใช้สักเครื่องซะแล้ว โดยรวมแล้วถือว่าชอบถึงขั้นหลงรักเข้าให้อย่างจังซะแล้วสำหรับ Samsung Wave ตัวนี้

 

รายละเอียดตัวเครื่อง

 

เครือข่ายที่รองรับ

รองรับระบบ GSM 850/900/1800/1900 MHz

รองรับระบบ 3G- UMTS 900/2100 MHz

ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE

 

ขนาดตัวเครื่อง

ขนาด 108.8 x 53.7 x 12.4 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 92 กรัม

 

หน้าจอแสดงผล

จอแสดงผลสัมผัส Super AMOLED capacitive touchscreen 16 ล้านสี,

ขนาด 480 x 800 พิกเซล (3.3")

ระบบสั่งงานบนหน้าจอสัมผัส (Multi-touch input)

ระบบ Accelerometer Sensor จับความเคลื่อนไหว

ระบบ Proximity Sensor สำหรับ เปิด-ปิดหน้าจออัตโนมัติ

กระจกกันรอยขีดข่วน (Scratch-resistant Surface)

หมุนกลับหน้าจออัตโนมัติขณะดูทีวี และวิดีโอ (Auto-rotate)

ระบบสัมผัส TouchWiz UI 3.0

ระบบปลดล็อกหน้าจอแสนฉลาด (Smart Unlock)

 

ระบบเสียง

เสียงเรียกเข้า Polyphonic / MP3 / ระบบสั่นเตือนในตัว

ระบบเสียง DNSe (Digital Natural Sound Engine)

 

หน่วยความจำ

หน่วยความจำเครื่อง  1.5 GB (หน่วยความจำระบบข้อมูลเครื่อง), 390 MB (ที่ผู้ใช้นำไปใช้งานได้)

เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 32 GB

สมุดรายชื่อบันทึกแบบไม่จำกัด

 

การส่งผ่านข้อมูล

รองรับ W-Fi 802.11 b/g/n

micro USB 2.0

Bluetooth™3.0

รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP)

3G-HSDPA 7.2 Mbps, HSUPA 2 Mbps

GPRS / EDGE class 10

อินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ WAP 2.0 / xHTML,HTML

รับ-ส่งข้อความ SMS, MMS, Push Email, Parlingo IM

ระบบนำทาง GPS, A-GPS (Samsung Mobile Navigator)

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล - 2592 x 1944,  ไฟแฟลช LED, Auto Focus

ระบบ Image Stabilizer, Face/Smile/Blink Detection, Geo-tagging, Touch Focus

เลือกสมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / แสงกลางวัน / แสงฟลูออเรสเซ้นต์ / แสงหลอดไฟสีส้ม / เมฆมาก

โหมดการถ่าย (Shooting Mode) ภาพเดียว / ถ่ายต่อเนื่อง (9 ภาพ) / โมเสก / จับภาพรอยยิ้ม / พานอรามา / เพิ่มกรอบสติกเกอร์

เลือกลักษณะฉากหลัง (Scene Mode) เน้นมุมกว้าง / กีฬา / ภาพคน / กลางคืน / พระอาทิตย์ตก

เลือกคุณภาพ (Quality) ต่ำ / ปานกลาง / สูง

ตั้งค่าถ่ายภาพหน่วงเวลา 2 วินาที / 5 วินาที / 10 วินาที

ถ่ายวิดีโอ MP4 ขนาด 720p @ 30 fps (เปิดไฟช่วยถ่ายได้)

 

คุณสมบัติทั่วไป

ระบบปฏิบัติการ Samsung Bada OS

ซีพียู ARM Cortex A8 1 GHz

เพิ่มพื้นที่ หรือ Fields ในสมุดโทรศัพท์ได้

แสดงภาพโทรเข้า (Caller Picture)

รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ)

เครื่องเล่นวิดีโอ MP4 / H.263 / H.264 / WMV / Xvid / DivX

เครื่องเล่นเพลง MP3 / wav / eAAC+ / WMA / AMR

วิทยุ FM Stereo + RDS (บันทึกสถานีได้ 9 ช่อง)

เครื่องบันทึกเสียง WAV / AMR (Sound Recorder)

ช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

 

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1500 mAh

สนทนาต่อเนื่อง 15 ชั่วโมง

เปิดรอรับสาย 650 ชั่วโมง

เปิดฟังเพลงต่อเนื่อง 35 ชั่วโมง

 

เครื่องมือการจัดการ

จัดการไฟล์, ปฏิทิน, รายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, เครื่องแปลงหน่วย, เวลาโลก, เกมส์,

 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

ระบบเขย่าตัวเครื่องเพื่อสั่งงาน (Motion Sensor), Facebook, Google, Youtube, Twitter, Parlingo Instant Messager, Social Hub, Smart Search, Navigation, Dialy Briefing, Mini Dairy, Samsung Apps, Java Application, Widget Menu, XE Curncy, Quick Manual

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

แบตเตอรี่ Li-Ion 1500 mAh (1 ก้อน)

หม้อแปลงชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพา (รูปทรงคล้ายกับของโนเกียเลย)

สายยูเอสบี (micro-USB Data Cable)

หูฟังสมอล์ลทอร์คสเตอริโอ

สมุดคู่มือพร้อมใบรับประกัน

การ์ด microSD 4 GB

 

ขอขอบคุณ บริษัท ซัมซุง (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ

www.samsung.com/th

http://www.samsung.com/th/consumer/mobile-phone/mobile-phone/infotainment/GT-S8500BAATHL/index.idx?pagetype=prd_detail

 

ราคาโดยประมาณ : 13,900 บาท

* ราคาอัพเดทล่าสุดวันที่ 15-09-53 เวลา 14:09 น.

 

สามารถสั่งซื้อมือถือรุ่นนี้ได้ที่นี่

ความเห็น (0)add
เขียนแสดงความเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 

 

 

 

 

 
Mobilemagazine