| Samsung Galaxy S II |
| เขียนโดย Webmaster |
| วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2011 เวลา 21:58 น. |
|
Share
Samsung Galaxy S IIความสมบูรณ์แบบของสมาร์ทโฟนตัวจริง
+ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวของ Samsung Galaxy S II ต่างๆ นาๆ แต่ที่น่าสนใจก็คือโทรศัพท์รุ่นนี้กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มีผู้คนสนใจจับจอง อยากเป็นเจ้าของกันมากที่สุดของทางค่าย นับตั้งแต่มีสมาร์ทโฟนสายพันธ์แอนดรอยด์ออกมาเลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลทำให้เราอยากรู้ว่าอะไรมันจะเป็นไปได้ขนาดนั้น
หลังจากจินตนาการด้วยความคิดไม่ทันจะข้ามอาทิตย์ ทางค่ายซัมซุงประเทศไทย ก็ไม่รีรอที่จะส่ง Samsung Galaxy S II มาให้ทดสอบกันแบบสดๆ ร้อนๆ ก่อนวางจำหน่ายจริง เรียกว่าเพิ่งออกมาจากโรงงานก็มาถึงมือผมเลยทันที และเท่าที่สัมผัสทดลองใช้งานแล้วต้องยอมรับเลยว่ามันน่าเป็นเจ้าของเสียจริงๆ ส่วนความน่าสนใจรวมถึงรายละเอียดต่างๆ จากการทดลองใช้งานแล้วเป็นยังไงนั้น ตามไปอ่านได้ที่ด้านล่างเลยครับ
ฟีเจอร์เด่นๆ ของ Samsung Galaxy S II• จอสัมผัสขนาดใหญ่ 4.3 นิ้วแบบ Super AMOLED Plus Capacitive Touchscreen • ระบบเมนู TouchWiz UI v4.0 • ระบบหมุนหน้าจออัตโนมัติ Accelerometer UI • รองรับระบบ Gyroscope Sensor • กระจกป้องกันรอยขีดข่วน Gorilla Glass Display • รองรับระบบ GSM Quad-band และ 3G-HSDPA • Android OS v2.3 (Gingerbread) • ซีพียู Dual-core 1.2 GHz ARM Cortex-A9 processor, Mali-400MP GPU, Orion chipset • รองรับการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n, DLNA, Wi-Fi Direct, Wi-Fi Hotspot • กล้องถ่ายรูป 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมไฟแฟลช ออโต้โฟกัส • กล้องด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ใช้งานวิดีโอคอลล์ • หน่วยความจำตัวเครื่อง 16 GB (และ 32 GB), RAM 1 GB • รองรับการ์ด microSD ได้ถึง 32 GB • แถมการ์ดหน่วยความจำให้ 8 GB • มีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร • มีโปรแกรม Social Network ในตัว • วิทยุ FM Stereo พร้อม RDS • รองรับการแสดงผลแบบ Full Flash และ Flash Video 1080p • มีเครื่องมือแก้ไขเอกสาร Office Editor
ข้อเสีย เล็กๆ น้อยๆ ของ Samsung Galaxy S II• ไม่มีปุ่มชัตเตอร์ถ่ายรูป • ตัวเครื่องจับถือยากไปนิด • วัสดุตัวเครื่องเป็นรอยขีดข่วนง่าย
วัสดุ รูปทรง และงานออกแบบ
+ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูแล้วบางทันสมัยดี แต่ในความบางดังกล่าวก็มาพร้อมกับความเปราะบางด้วยเหมือนกัน เพราะวัสดุของ Galaxy S II นี้จะเป็นพลาสติกทั้งตัว จึงควรหลีกเลี่ยงจากการตกหล่นเป็นดีที่สุด เพราะความเสี่ยงที่ตัวเครื่องจะแตกร้าวจากการตกหล่นนั้นมีสูง อีกอย่างที่น่าจะเป็นปัญหาในการใช้งานคือตัวเครื่องจะมีความแบน และใหญ่ จึงทำให้จับถือได้ค่อนข้างยาก แต่ข้อดีที่ได้มาอย่างหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว ก็พอจะหักลบกลบหนี้จากขนาดตัวเครื่องที่เป็นปัญหาต่อการจับถือได้สนิทใจดีจริงๆ
ทีนี้มาดูที่ด้านหน้ากันบ้าง โดยส่วนของหน้าจอแสดงผลแบบทัชสกรีน ซึ่งรุ่นนี้เป็นจอ Super AMOLED Plus Capacitive Touchscreen ซึ่งเป็นจอแสดงผลรุ่นท็อป ที่ให้ความละเอียดสีไปจนถึงความคมชัดในระดับเทพเลยทีเดียว ด้านล่างถัดจากจอแสดงผลลงมาจะเป็นส่วนของปุ่มวางสาย, ปุ่มโทร และปุ่มเลือกฟังก์ชั่นเมนู ซึ่งน่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่รุ่นนี้ใช้หน้าจอสัมผัสที่ใหญ่ แต่ยังมีปุ่มฟังก์ชั่นมาให้ โดยส่วนตัวแล้วผมว่าหากใช้งานบนหน้าจอสัมผัสแบบเต็มร้อย น่าจะช่วยให้ได้ตัวเครื่องมากับขนาดที่เล็กลงมาอีก นอกจากนี้บริเวณด้านหน้าตัวเครื่องมีเลนส์กล้องวิดีโอคอลล์ และเซ็นเซอร์ปรับแสงอัตโนมัติมาให้ ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆ กับช่องหูฟังบนตัวโทรศัพท์นั่นเอง
ด้านข้างตัวเครื่องนั้นจะเพิ่มรายละเอียดของปุ่มกดมาให้เล็กน้อย คือทางฝั่งซ้ายมือจะมีปุ่มปรับเสียงลำโพงหรือ Volume keys โดยปุ่มนี้สามารถใช้เป็นปุ่มซูมเข้า / ซูมออก สำหรับโหมดกล้องถ่ายรูป ด้านขวามือจะมีปุ่มสำหรับเปิด / ปิดเครื่อง ซึ่งตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูป ส่วนด้านบนหัวเครื่องจะมีเพียงช่องหูฟังสเตอริโอ 3.5 มิลลิเมตรเท่านั้น และด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่อง micro-USB สำหรับเสียบต่อสายดาต้า และสายชาร์จแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่เป็นมาตรฐาน
ส่วนของด้านหลังจะเป็นที่ติดตั้งของเลนส์กล้อง และไฟแฟลช LED ส่วนฝาหลังมีการทำลวดลายบนตัวฝาหลังที่ดูแล้วสวยงามดี ดูๆ แล้วให้อารมณ์เหมือนไฟเบอร์เคฟล่าดีเหมือนกัน และใต้ฝาหลังแน่นอนว่าเมื่อเปิดออกมาจะมีทั้งช่องใส่แบตเตอรี่ ช่องซิมการ์ด และช่อง microSD อยู่ใกล้ๆ กันนั่นเอง
คุณภาพหน้าจอแสดงผล
+ เรื่องของจอแสดงผลต้องบอกตามตรงว่าคุณภาพของจอ Super AMOLED Plus ให้ความสว่างสดใส และแสดงรายละเอียดได้ชัดเจนมากๆ ถือว่าเป็นจอรุ่นท็อปที่น่าใช้งานมาก เรียกว่าหากใครชอบจอแสดงผลแบบคมๆ ละก็ รุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความกว้างที่ 4.3 นิ้ว ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล แสดงผลสีที่ 16 ล้านสี ซึ่งถือว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในตอนนี้แล้ว ข้อสำคัญคือเพิ่มกระจกกันรอยขีดข่วนแบบ Gorilla Glass แล้วยังมีเซ็นเซอร์ต่างๆ สำหรับเพิ่มสักยะภาพให้ตัวจอแสดงผลทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Proximity Sensor สำหรับล็อกหน้าจอโดยอัตโนมัติยามเมื่อเราต้องยกเครื่องแนบหูเพื่อโทร หรืออย่าง Accelerometer Sensor เพิ่มมาให้สำหรับจับการเคลื่อนไหวให้หน้าจอ สามารถปรับหมุนมุมมองได้ตามการจับถือ บวกกับระบบ Gyro Sensor ที่ช่วยให้การสั่งงานโดยใช้หลักการเคลื่อนไหว หรือขยับตัวเครื่องสำหรับบางฟังก์ชั่นเมนู อย่างเช่นเล่นเกมเป็นต้น
นอกจากนี้แล้ว อินเตอร์เฟสเมนูยังคงมีความน่าสนใจด้วย TouchWiz UI ที่ขยับเป็นเวอร์ชั่น 4.0 จุดเด่นคือมีความหลากหลายในการแสดงผลตอบสนองต่อการสัมผัสได้มากขึ้น และ TouchWIZ Launcher สามารถแสดงผลได้ทั้งการเลื่อนหน้าเมนูแบบซ้ายขวา ใช้นิ้วลากเข้าออก หรือกดค้างเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นเมนูได้อย่างน่าอัศจรรย์ดีมาก หากจะกล่าวว่าจอรุ่นนี้แสดงผลได้ดีสู้กับไอโฟนก็น่าจะได้เลยทีเดียวละครับ เพราะยังไงซะจอรุ่นนี้ก็เป็นแบบ Multi-touch อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องยกความดีความชอบให้กับระบบปฏิบัติการ Android 2.3 ที่สามารถช่วยให้การทำงานของอินเตอร์เฟสเมนูเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพดีจริงๆ
ฟีเจอร์สำคัญภายในเครื่อง
+ กับระบบปฏิบัติการ Android 2.3 (Gingerbread) ที่ถือว่าสมบูรณ์แบบสำหรับสมาร์ทโฟนที่สุดแล้ว เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปๆ ค่ายอื่นๆ ที่เป็นแอนดรอยด์ยังคงเป็นเวอร์ชั่น 2.2 อยู่ แต่กับ Samsung Galaxy S II แล้วถือว่าทันสมัยสุดๆ การทำงานของเวอร์ชั่นนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ มีความยืดหยุ่นขึ้นมาก แถมยังทำงานได้เร็วอย่างน่าประหลาดใจ ถือว่าเวอร์ชั่นนี้มีความลงตัวอย่างมาก และที่สำคัญยังเพิ่มในส่วนของฟังก์ชั่น NFC หรือ Near Field Communication ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลระหว่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องคิดเงิน และอุปกรณ์อื่นๆ ว่าง่ายๆ คือสามารถใช้งานแทนบัตรเครดิต หรือบัตร ATM รวมกันไว้ในโทรศัพท์มือถือ เวลาที่จ่ายเงินก็แค่นำโทรศัพท์ Samsung Galaxy S II ไปทาบไว้กับตัวรับสัญญาณที่ส่วนมากแล้วจะอยู่ตามเคาน์เตอร์คิดเงิน หรืออย่างในต่างประเทศจะนิยมใช้ในรถโดยสารสาธารณะต่างๆ เรียกว่าไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเลยแม้แต่น้อย
และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ และไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือแอพพลิเคชั่นสำหรับชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งมาในรูปของ SNS ที่มีทั้ง Facebook, Twitter และอื่นๆ ที่นิยมใช้งานในยุคปัจจุบันกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นของค่ายกูเกิลมาให้อีกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Google Search, Maps, Gmail, Google Talk และ Place ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีอย่าง YouTube และ All Share ที่เอาไว้ให้คุณได้แชร์ไฟล์มีเดียต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง ไปเปิดยังอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับสัญญาณ Wi-Fi เปรียบเสมือนตัวเครื่อง Galaxy S II นั้นเป็นรีโมทคอนโทรลที่ใช้ควบคุมการเล่น เพลงหรือวิดีโอต่างๆ ได้เลย แต่มีข้อแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะต้องรองรับ Wi-Fi, DLNA ได้ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้เครื่องรับโทรทัศน์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ LCD TV หรืออย่างเครื่องเล่นมีเดียของซัมซุงรุ่นใหม่ๆ เอง ก็จะมีรองรับระบบ All Share อยู่แล้วในหลายๆ อุปกรณ์อีกด้วย
หน่วยประมวลผลรุ่นนี้ถือว่าก้าวไปอีกขั้น เร็วกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยซีพียูแบบ Dual-core ที่ความเร็ว 1.2 GHz เป็น Processor รุ่น ARM Cortex-A9 พร้อมเพิ่มกราฟฟิกการ์ด Mali-400MP GPU และ Orion chipset นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการทำงานของตัวเครื่อง รวมถึงการแสดงผลของจอภาพนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นอื่นๆ ที่เคยมีมาในกลุ่มสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ต้องบอกเลยว่าการแสดงผลของจอภาพนั้นชัดเจนแจ่มแจ๋วมาก และตัวเครื่องทำงานได้รวดเร็วมาก นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการแสดงผล Flash Browser ได้ซะด้วย จึงทำให้ Galaxy S II นั้นตอบสนองได้เหมือนๆ กับการใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ ชอบครับ
สำหรับฟังก์ชั่นเพื่อความบันเทิงก็มีมาครบ เรียกได้ว่าตอบโจทย์กับชีวิตยุคใหม่ดีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ All Share ที่สามารถแบ่งปันความบันเทิงไปสู่อุปกรณ์อื่นๆ ผ่านระบบ Wi-Fi รวมถึงมีช่องต่อ TV-out (แบบผ่าน MHL A/V Link) นอกจากนี้เครื่องเล่นมัลติมีเดียมีครบ ทั้งเครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นวิดีโอ ไปจนถึงวิทยุ FM Stereo พร้อม RDS เรียกว่าขนมากันแบบครบๆ เลยทีเดียว ส่วนไฟล์มีเดียหลักๆ ที่รองรับได้แล้วก็จะรองรับไฟล์เพลงที่ถือว่าเยอะพอสมควรทั้ง MP3 / WAV / eAAC+ / AC3 และ FLAC ส่วนไฟล์วิดีโอรองรับได้หลากหลายดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็น MP4 / DivX / XviD / WMV / H.264 / H.263 ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือรุ่นนี้จะรองรับทั้งการอ่าน และแก้ไขเอกสารออฟฟิศอย่างพวก Word, Excel, PowerPoint และ PDF ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วจะอ่านได้อย่างเดียว แต่รุ่นนี้ทำให้แก้ไข หรือสร้างเอกสารใหม่ๆ ได้เยี่ยมจริงๆ
กล้องถ่ายรูป และวิดีโอ
+ แทบไม่น่าเชื่อว่ากล้องของ Galaxy S II นั้นจะให้มาที่ 8 ล้านพิกเซล เพราะส่วนใหญ่แล้วหากสเปกเครื่องเทพสำหรับสมาร์ทโฟนแล้วจะไม่ค่อยเน้นเรื่องกล้องถ่ายรูป แต่รุ่นนี้ให้มาสุดจริงๆ เรียกว่าเอาใจคนชอบถ่ายรูปไปเลย มีทั้งออโต้โฟกัส ทัชโฟกัส และไฟแฟลชติดมาให้ครบ ส่วนฟังก์ชั่นกล้องอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีอย่าง ระบบตรวจจับรอยยิ้ม (Smile Shot), ระบบกันการกระพริบตา (Blink Detection) และระบบตรวจจับใบหน้า (Face Detection) โหมดถ่ายภาพมุมกว้าง Panorama มาให้ใช้งาน นอกจากนี้ตัวกล้องยังสามารถเลือกถ่ายภาพแบบ Geo-Tagging เพื่อให้ตัวภาพถ่ายสามารถแนบพิกัดเพื่อนำไปใช้กับแผนที่ GPS ได้ด้วย หรือการปรับค่า ISO มีมาให้ตั้งแต่ 100 / 200 / 400 แล้วก็แบบอัตโนมัติ โดยขนาดภาพที่เลือกได้ใหญ่สุดจะเป็น 3264 x 2448 พิกเซล สำหรับการถ่ายวิดีโอนั้นถือว่าน่าสนใจ เพราะสามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพได้ที่ 1080p กับความเร็วเฟรมเรตที่ 30 เฟรมต่อวินาที ซึ่งขนาดความละเอียดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1920 x 1080 สามารถปรับชดเชยแสง เปิดไฟแฟลชช่วยถ่ายในที่มืด รวมถึงใส่ค่าเอฟเฟกต์สีต่างๆ ได้ครบถ้วน ถือว่าเป็นทั้งกล้องถ่ายภาพ และถ่ายวิดีโอที่สมบูรณ์แบบมากๆ นอกจากนี้ความละเอียดของเม็ดสีก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวแทบจะไม่มี Noise ในภาพเลยก็ว่าได้ครับ
การเชื่อมต่อที่รองรับ
+ แน่นอนว่า Galaxy S II นั้นต้องติดระบบการเชื่อมต่อแบบผ่าน Wi-Fi มาให้อยู่แล้ว ไม่งั้นจะเรียกสมาร์ทโฟนแบบเต็มปากเต็มคอไม่ได้ โดยมาตรฐานของรุ่นนี้จะเป็น Wi-Fi 802.11 a/b/g/n พร้อมกับรองรับระบบ DLNA ที่เอาไว้ให้เชื่อมต่อแชร์ไฟล์มีเดียกับเครื่องเล่น หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ DLNA ก็อย่างที่บอกละครับว่าเดี๋ยวนี้ทีวีรุ่นใหม่ๆ ของซัมซุงเองจะรองรับระบบนี้กันหมดแล้ว สามารถเปิดดูวิดีโอ เพลง หรือไฟล์ภาพบนทีวีผ่าน DLNA นี้ได้อย่างสบายเลย เวลาใช้งานก็แค่เข้าไปที่เมนู All Share เท่านั้น และก็เลือกใช้งานได้ตามสะดวกเลย ความเร็วในการโอนถ่ายสัญญาณจะอยู่ที่ประมาณ 2.4 GHz ถึง 5 GHz
ส่วนบลููทูธรองรับ Bluetooth 3.0 A2DP / AVRCP และอื่นๆ ซึ่งจากการใช้งานแล้วถือว่าใช้งานได้ดี การจับคู่อุปกรณ์นั้นก็ทำได้ง่าย อีกอย่างเวลาใช้งานกับหูฟังที่เป็นบลูทูธสเตอริโอด้วยแล้ว ทำงานได้ดีไม่เจอปัญหาระหว่างใช้งานแต่อย่างใด ก็แน่นอนละเพราะเวอร์ชั่นนี้เป็นแบบ Hi-speed ที่ให้ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลได้มากถึง 21 mbps
นอกจากนี้การเชื่อมต่อสำหรับเครือข่าย 3G-HSDPA จะเป็นแบบ Quadband ที่ 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz ส่วนการเชื่อมต่อกับเครือข่าย GSM / GPRS / EDGE รองรับคลื่นความถี่ 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz อย่างครบถ้วน โดย GPRS แบบ Class 12 (4+1 / 3+2 / 2+3 / 1+4 slots) ความเร็วโดยประมาณ 32 - 48 kbps นอกจากนี้ EDGE ก็เป็นแบบ Class 12 ด้วยเช่นกัน ส่วน 3G นั้น HSDPA จะมีความเร็วที่ 21 Mbps และ HSUPA ที่ 56 Mpps
นอกจากนี้แล้ว Galaxy S II ยังมีการเชื่อมต่อทั้งกับ NFC หรืออย่างช่อง USB ก็สามารถรองรับการทำงานแบบ TV-out โดยผ่านอุปกรณ์เสริมในระบบ MHL ซึ่งจะมีพอร์ต HDMI มากับตัวแปลง ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งพอร์ตที่เป็น AV และพอร์ตที่เป็น HDMI อย่างครบถ้วน และอย่าลืมละว่ารุ่นนี้สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียม GPS สำหรับระบบนำทางผ่านดาวเทียมที่ทำได้ในตัวอีกด้วย
ความเห็น และบทสรุปผลการทดสอบ
+ แรกเริ่มเดิมทีผมเองก็สงสัยว่า ทำไมในต่างประเทศเขาถึงได้ฮือฮาบ้าคลั่งกันนักกับเจ้า Samsung Galaxy S II เครื่องนี้ เพราะเท่าที่ติดตามข่าวมานั้น รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีคนสั่งจองกันมากที่สุด พอมาได้จับต้อง ลองใช้งานกับตัวจริง แบบเป็นๆ ในมือตัวเองแล้วถึงได้รู้ว่า Samsung Galaxy S II นั้นมีสักยะภาพที่น่ากลัว นี่ละเป็นที่มาว่าทำไม่ค่าย Apple ผู้ผลิต iPhone นั้นถึงได้กลัวนักกลัวหนา เพราะหากเทียบกันด้วยฟังก์ชั่นแล้วทาง Samsung Galaxy S II นั้นจะได้เปรียบอยู่หลายก้าว โดยเฉพาะเรื่องของฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อที่ดูหลากหลายกว่า เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากกว่า แถมเรื่องกล้อง และจอแสดงผลก็ยังคมชัดกว่าเช่นกัน นั่นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ Samsung Galaxy S II จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้ทั่วโลก
โดยรวมๆ แล้วผมเองก็มองว่า Samsung Galaxy S II นั้นจะมาแรงในเรื่องของฟังก์ชั่นเครื่องที่กินขาด ทิ้งห่างจากแอนดรอยด์โฟนรุ่นอื่นๆ ที่เป็นสายพันธ์แอนดรอยด์เหมือนๆ กัน ด้วยจุดเด่นที่ Samsung Galaxy S II เครื่องนี้มีดูจะเหนือกว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ Dual-core อื่นๆ นิดหน่อย ทั้งในส่วนของหน้าจอที่ใหญ่กว่า ดูชัดเจนกว่า รวมถึงงานออกแบบที่ดูจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า ซึ่งในจุดนี้คือสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ Samsung Galaxy S II ดูแตกต่างออกไป และผมเชื่อว่านี่ละคือข้อดีที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของ Samsung Galaxy S II ได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เคล็ดลับน่ารู้ของ Samsung Galaxy S II• ระบบสมาร์ทเสิร์ช (Google Search) นั้นสามารถใช้การค้นหาแบบด้วยเสียงรูปแบบ Voice Search ได้ ด้วยการกดเปิดระบบ Google Search แล้วกดไปที่รูปไมโครโฟน จากนั้นพูดชื่อที่ต้องการค้นหา • ตัวเครื่องรองรับการหมุนกลับมุมมองที่ทำได้แบบ 3 แกน (Three-axis gyro) สามารถหมุนใช้งานมุมไหนก็ได้อย่างถนัดมือ • โปรแกรมอ่าน และแก้ไข หรือสร้างเอกสารใหม่รองรับไฟล์สกุล DOC, XLS, PPT, PDF • NFC หรือ Near Field Communication ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลระหว่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องคิดเงิน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ใช้จ่ายเงินโดยการนำโทรศัพท์มือถือไปทาบไว้กับตัวรับสัญญาณ (ในประเทศไทยยังไม่นิยมใช้) • แถมการ์ดหน่วยความจำ microSD 8 GB และข้อดีอีกอย่างก็คือตัวเครื่องสามารถรองรับ USB on-the-go และ Card Reader ได้ด้วย USB Adaptor ซึ่งเป็น Accessory ที่ Samsung Galaxy S II รองรับได้นั่นเอง
ข้อมูลตัวเครื่อง
เครือข่ายที่รองรับ• รองรับระบบ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz • รองรับระบบ 3G-UMTS / HSDPA 900 / 2100 MHz • ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE
ขนาดตัวเครื่อง• ขนาด 125.3 x 66.1 x 8.5 มิลลิเมตร • น้ำหนัก 116 กรัม
หน้าจอแสดงผล• จอแสดงผล Super AMOLED Plus Capacitive Touchscreen 16 ล้านสี, • ขนาด 480 x 800 พิกเซล (4.3") • ระบบ Accelerometer Sensor หมุนกลับหน้าจออัตโนมัติ • กระจกกันรอยขีดข่วน Gorilla Glass display • จอสัมผัสแบบ Multi-touch input method • ปุ่มควบคุมแบบ Touch-sensitive controls • ระบบล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อยกตัวเครื่องแนบหูเพื่อโทร (Proximity Sensor) • รองรับระบบขยับตัวเครื่องด้วย Gyroscope sensor • รองรับการแสดงผลเมนู TouchWiz UI v4.0
ระบบเสียง• เสียงเรียกเข้า 64 Polyphonic / MP3 • ระบบสั่นเตือนในตัว (Vibration in Phone) • ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
หน่วยความจำ• หน่วยความจำเครื่อง 16 GB / 32 GB • เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 32 GB • สมุดรายชื่อบันทึกแบบไม่จำกัด
การส่งผ่านข้อมูล• Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, DLNA, Direct, Hotspot • micro USB 2.0 (MHK), USB on-the-go • Bluetooth 3.0 + HS • รองรับชุดหูฟังบลูทูธสเตอริโอ (A2DP / AVRCP) • 3G-HSDPA 7.2 Mbps • GPRS / EDGE class 10 • อินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ HTML • รับ / ส่งข้อความ SMS (Threaded view) / MMS / Email / Push Email / IM / RSS • มี GPS / A-GPS ในตัว พร้อมแผนที่ Google Maps
กล้องถ่ายรูป• กล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล - 3264 x 2448 พร้อมไฟแฟลช LED, Auto Focus • เลือกโหมดไฟแฟลช อัตโนมัติ / ลดตาแดง / เปิด-ปิด • เปิดโหมดถ่ายภาพแบบ Geo-Tagging แนบพิกัด GPS • เลือกโหมดโฟกัส อัตโนมัติ / มาโคร / การติดตามใบหน้า / กำหนดเอง • เลือกสมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / หลอดไฟ / แสงอาทิตย์ / ฟลูออเรสเซนต์ / มืดครึ้ม • ปรับค่าความคมชัด (Contrast) เข้ม / ปกติ / อ่อน • ปรับค่า ISO อัตโนมัติ / 100 / 200 / 400 / 800 • เลือกคุณภาพ (Quality) ปกติ / ละเอียด / ละเอียดมาก • เลือกขนาดภาพถ่าย • เลือกขนาดวิดีโอ 176 x 144 / 320 x 240 / 640x480 / 720 x 480 / 1280 x 720 / 1920 x 1080 • เลือกซีน (Scene Mode) ผู้ใช้กำหนด / รูปคน / ทิวทัศน์ / กีฬา / พระอาทิตย์ตก / กลางคืน • ตั้งค่าถ่ายภาพหน่วงเวลา (Self Timer) 3 / 5 / 10 วินาที • ถ่ายวิดีโอ MP4 / H.264 ขนาด 1080p @ 30 fps
คุณสมบัติทั่วไป• ระบบปฏิบัติการ Android OS 2.3 Gingerbread • ซีพียู Dual-core 1.2 GHz ARM Cortex-A9 processor, Mali-400MP GPU, Orion chipset • แสดงภาพและวิดีโอโทรเข้า (Caller Picture, Video) • รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ) • เครื่องเล่นวิดีโอ MPEG4 / H.263 / H.264 / WMV / DivX / XviD • เครื่องเล่นเพลง MP3 / AAC / AAC+ / eAAC+ / WAV • เครื่องเล่นเพลงรองรับฟังก์ชั่น TrackID Music Recognition • วิทยุ FM Stereo พร้อม RDS • เครื่องมือตกแต่งภาพ และตัดต่อวิดีโอในตัว (Photo/Video Editor)
เครื่องมือการจัดการ• จัดการไฟล์, ปฏิทิน, สมุดบันทึก, รายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, เวลาโลก, เครื่องแปลงหน่วย, เกม
คุณสมบัติเพิ่มเติม• รองรับจาวาแอพพลิเคชั่น • โปรแกรมคอมมูนิตี้ SNS, Facebook, Twitter, MySpace, Youtube, Windows Live • รองรับโปรแกรม Google Maps, Google / Voice Search, Google Talk, Gmail • เข็มทิศดิจิตอล (Digital Compass) • รองรับโปรแกรม News & Weather, Navigation, All Share, Remote Call, Latitude, IM, NFC • เชื่อมต่อ TV-out (via MHL A/V link) • ระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) • ดาวโหลดโปรแกรมเพิ่มเติมผ่าน Android Market • โปรแกรมอ่านเอกสาร (Document Viewer)
อุปกรณ์ภายในกล่อง• ตัวเครื่อง Samsung Galaxy S II • แบตเตอรี่ Li-Ion 3.7v - 1650 mAh • หูฟังสมอล์ลทอล์คสเตอริโอ • สาย USB cable (micro-USB) • หม้อแปลงชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบพกพา • สมุดคู่มือ Samsung Galaxy S II • ใบรับประกัน
ราคาโดยประมาณ 17,900 บาท (อัพเดทล่าสุดวันที่ 15-10-54)
รายการโปรด
Bookmark
ส่งให้เพื่ิอน
จำนวนผู้เข้าชม: 26636 ความเห็น
(15)
ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจที่จะซื้อรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นนอกจากgalaxy s ll เท่านั้น
Votes: +2
report abuse
vote down
vote up
เครื่องนี้ยอมรับเลยว่า สุดยอดจิงๆ ไม่ว่าจะเรื่องกล้องหรือคุณสมบัติอื่นๆมันดีมาก ก็อยากได้นะ แต่กะว่าจะรอให้ราคามันลงอีก นิส นะ(จะลงไหมเอ่ย)......
Votes: +0
report abuse
vote down
vote up
อยากได้ซื้อมากๆ เลยค่ะ แอปพิเคชั่นเยอะดี แต่ติดอยู่นิดเดียวเอง(
Votes: +0
report abuse
vote down
vote up
ตอนนี้ใช้เน็ตซิมเอไอเอสครับ ก็ีสะดวกต่อเน็ตได้ืทุกที่ ชอบที่มีไวไฟ
Votes: +0
report abuse
vote down
vote up
- เรื่องราคาอาจจะมีการลงบ้างเล็กน้อยครับ
Votes: -1
- ส่วนเรื่องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แล้วแต่ชอบครับ เพราะว่าโดยรวมแล้วการใช้งานด้านความเร็วใกล้เคียงกันครับ ส่วนเรื่อง 3G ถึงแม้ว่า true จะมีพื้นที่ให้บริการได้มากกว่า แต่เท่าที่ได้ใช้งานเองผมว่าไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ หาโปรที่ใช้กับพวก EDGE กับ GPRS ฟรีดีกว่าครับ เพราะว่ามันก็ครอบคลุมถึงการใช้งาน Wi-Fi ด้วย เพียงแต่ความเร็วอย่าได้คาดหวังมากครับ report abuse
vote down
vote up
ซื้อเครื่องได้ 4 วันพบปัญหา สีหน้าจอด้านซ้ายและขวาไม่บาลานกัน สอบถามร้านที่ซื้อมาไม่รับเปลี่ยนให้เข้าศูนย์อย่างเดียว แย่มาก แพงก็แพงคิดว่าน่าจะดี
Votes: -1
report abuse
vote down
vote up
ใช้งานมา 3เดือนแล้วนะคะ ไม่พบปัญหาใดๆ นอกจากหาซื้อแบตยากมาก ขนาดไปหาซื้อที่เกาหลีก็ไม่มี เพราะที่เกาหลีเค้าให้แบตสำรองด้วย รวม2ก้อน ฮือๆ ใครจะตัดสินใจซื้อๆเลยค่ะ เป็นรุ่นที่คนที่ถือ i phone 4 อยู่ในมือยังมองแถบเหลียวหลัง เพราะมันแจ่มกว่าเห็นๆค่ะ
Votes: +1
report abuse
vote down
vote up
เพิ่งซื้อมา วันที่ 10/11/11 อยู่ดีๆ สีหน้าจอเพี้ยนค่ะ ทำไงดี ไปเคลม รึเปลี่ยนเครื่อง เค้าจะให้เปลี่ยนมั้ยค่ะ
Votes: +0
report abuse
vote down
vote up
|

Sony XPERIA Ion
จัดเต็มกับกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
Motorola RAZR
ใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ไม่ควรพลาดเร็วๆ นี้
ระบบเดิมกับ Symbian กับเวอร์ชั่นใหม่ Belle
รุกตลาด Smart Phone บนระบบปฏิบัติการ Android
เร็วๆ นี้กับตำนานบทใหม่
รุ่นใหม่ พร้อมกับการจากไปของ Steve Jobs
อินเทรนด์กับกระแส Teblet
แอร์แพ็ดดีเอส 820 น้องใหม่มาเหนือเมฆ
ซีรี่ย์ใหม่กับเอชทีซี

"เวลคอม มิวสิค ปาร์ตี้" เป็นใครก็ใช้
"เวลคอม พราว คอลเลคชั่น" เป็นใครก็ใช้
Google AdSense

นักธุรกิจไทยจ้องร่วมงานแสดงเทคโนโลยีการสื่อสาร ข้อมูล
ซัมซุงส่ง “ซัมซุง โมบายล์ พริวิลเลจ”ผนึก 4 พันธมิตรดัง
อาม่า ครองแชมป์ มือถือขวัญใจผู้สูงอายุ
โซนี่รุกตลาดปี 2012 ชูกลยุทธ์ One Sony ผสานจุดแข็งผลิตภัณฑ์
ซินเน็คฯ ปูพรมตลาดประชุมทางไกลผ่านวีดีโอ
ปัญญาสมาพันธ์ฯ แนะครอบครัวมีส่วนร่วม เฝ้าระวังพิษภัยจากโลกไซเบอร์
เอไอเอส เปิดตัว AIS New iPad พร้อมจัดเต็มทั้งหนังสือและเพลง
ดีแทคเปิดตัว dtac the New iPad ชูแนวคิด “เร็วกว่า ดีกว่า ใจถึงกว่า”
ทรูมูฟ เอช เปิดจำหน่าย New iPad ครั้งแรกในไทย
Windows 8 เพิ่มฟีเจอร์บูทได้เร็วขึ้นอย่างน่าใจหาย !
Toshiba ออกแท็บเล็ต 10.1 นิ้ว ที่บางเพียง 7.7 มิลลิเมตร
Motorola เตรียมส่งมือถือใหม่ Android Power ลงตลาดเอเชีย และยูโรป
Lenovo ส่ง IdeaPad A1 แท็บเล็ตราคาย่อมเยาว์เอาใจคนชอบของถูก
นักวิเคราะห์คาดหากข่าว Amazon ออกแท็บเล็ตจริง มาแรงแน่นอน
เผย Apple ส่ง iPhone 4G TD-LTE ลงตลาดจีนแน่นอนแล้ว
Samsung Galaxy S II Hercules ถูกพบในแคนาดา !!
Teblet ราคาเบา เอาใจเด็กมาแล้ว กับราคาไม่เกิน 3 พันบาท
แอปเปิลเผยม็อกอัพตัวอย่าง iPad 3 ออกยั่วน้ำลายสาวกแล้ว
ยลโฉมโซนี่ เอส แอนดรอยด์แท็บเล็ตรุ่นล่าที่น่าสนใจอย่างร้ายกาจ
แอปเปิ้ลยื่นฟ้องคู่กรณีรายใหม่อย่างเอชทีซีเข้าให้แล้ว



















































