Mobilemag ทุกสาระความบันเทิงที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต้องการ



User Rating: / 13
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย Webmaster   
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฏาคม 2011 เวลา 22:02 น.
Share

Sony Ericsson XPERIA Play

ถูกใจคอเกม กับสักยะภาพความมันรูปแบบใหม่สไตล์สมาร์ทโฟน

+ เชื่อแน่ว่าคอเกมต้องรอโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ออกวางขายอย่างใจจดใจจ่อเป็นแน่ โดยเฉพาะแฟนๆ ของเครื่องเล่นเกมแบบดั้งเดิมพิมพ์นิยมอย่าง Playstation ซึ่งนอกจากจะมีแบบเป็นเครื่องเล่นเกมภายในบ้านแล้ว ยังมีแบบพกพาออกมาให้สาวกได้เลือกหากัน และล่าสุดผุดไอเดียออกมาในรูปแบบของโทรศัพท์มือถือ

แน่นอนว่านั่นต้องเป็นรุ่น Sony Ericsson XPERIA Play ที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลัก แต่ก็มาในความสามารถของสมาร์ทโฟนสายพันธ์ Android OS กับเวอร์ชั่น 2.3 Gingerbread ที่ถือว่าเป็นรุ่นล่าสุดใสใหม่กิ๊บๆ เลย แน่นอนว่ามันน่าสนใจ แต่การทำงานโดยรวมๆ แล้วนั้น จะเป็นอย่างไรเรามาดูกันแบบละเอียดเลยครับ

 

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ Sony Ericsson XPERIA Play

รองรับ GSM Quad-band, 3G-HSDPA

หน้าจอระบบสัมผัส LED-backlit Capacitive Touchscreen 16 ล้านสี กว้าง 4 นิ้ว

ฝาสไลด์ด้านข้าง พร้อมแป้นกดบังคับการเล่นเกม

ระบบปฏิบัติการ Android OS 2.3 Gingerbread

ซีพียู Scorpion ความเร็ว 1 GHz, CPU, Adreno 205 GPU, Qualcomm Snapdragon MSM8255 chipset

แสดงผลเมนู Sony Ericsson UI, พร้อมฟีเจอร์ Timescape

กล้องถ่ายรูป 5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED โหมดถ่าย Geo-Tagging

กล้องด้านหน้าถ่ายภาพได้คมชัด

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi b/g/n และ DLNA, Bluetooth 2.1 A2DP

มีแอพพลิเคชั่นสังคมออนไลน์ (Social Network) อย่างครบถ้วน

รองรับ GPS และมีเข็มทิศดิจิตอลในตัว

บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

รองรับ Adobe Flash 10.2

รองรับระบบโทรออกด้วยเสียง Voice Dialing

สามารถโหลดเกมลงเครื่องได้มากมาย

 

ข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ Sony Ericsson XPERIA Play

กล้องวิดีโอบันทึกได้สูงสุดที่ขนาด WVGA

ไม่มีวิทยุ FM Radio มาให้ในตัว

ไม่รองรับไฟล์วิดีโอ DivX, XviD

ไม่มีปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปมาให้

ไม่รองรับการโทรผ่าน 3G-Video calls

 

วัสดุ รูปทรง และงานออกแบบ


+ เรื่องของรูปทรง และการออกแบบ ถือว่ายังคงกลิ่นอายของ Sony Ericsson ไว้ได้เหมือนเดิม แต่ที่ต่างออกไปก็คือรุ่น XPERIA Play จะออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ แต่ยังคงความสามารถแบบสมาร์ทโฟนเอาไว้อยู่มากเช่นกัน โดยสิ่งที่ดูจะเป็นจุดเด่นก็น่าจะเป็นเรื่องของการเล่นเกมนั่นละครับ เพราะรุ่นนี้จะมีแป้นสไลด์ด้านข้าง ซึ่งเป็นแป้นควบคุมการเล่นเกมที่จำลองมาจากจอยสติ๊กของ Playstation นั่นเอง การเล่นเกมจึงได้อารมณ์ของ Playstation อยู่มากทีเดียว มีทั้งปุ่ม Start, Select, ซ้ายขวา บนล่าง ปุ่ม สามเหลี่ยม, สี่เหลี่ยม, วงกลม และ กากบาท รวมถึงมีปุ่มฟังก์ชั่น L และ R ซึ่งจะเป็นปุ่มด้านหน้าที่ให้เราเอาไว้ใช้นิ้วชี้กดควบคุมฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเวลาเล่นเกมนั่นเอง เชื่อว่าปุ่มกดสไตล์นี้คอเกม Playstation รู้จักกันเป็นอย่างดี

สำหรับปุ่มกดตัวเลขนั้น รุ่นนี้ไม่มีมาให้เพราะจะเน้นหนักไปที่การใช้งานบนจอสัมผัสเสียมากกว่า โดยที่ด้านหน้านอกจากจะมีจอสัมผัสแล้ว ยังคงมีปุ่มช็อตคัทต่างๆ สำหรับเลือกฟังก์ชั่นเพิ่มเติม มีทั้งปุ่มตั้งค่าฟังก์ชั่นเครื่อง ปุ่มโฮมเพื่อกลับสู่หน้าจอหลัก และปุ่มย้อนกลับสู่หน้าเมนูที่ผ่านมาเป็นต้น โดยที่ปุ่มโทรออก และรับสายไม่มีติดมาให้เพราะใช้การสั่งงานโทรออก และรับสายได้บนหน้าจอสัมผัสเลย แถมด้านหน้ายังมีการติดตั้งเซ็นเซอร์สำหรับปรับแสงหน้าจอ และเซ็นเซอร์ล็อกหน้าจอเมื่อยกตัวเครื่องแนบหูเพื่อโทร โดยเจ้าเซ็นเซอร์ดังกล่าวนี้จะอยู่ติดกับช่องหูฟังเลย ถัดไปทางขวาของช่องหูฟังโทรศัพท์จะเห็นหลอดไฟบอกสถานะการทำงานของตัวเครื่องติดตั้งอยู่ด้วย

ด้านบนส่วนหัวเครื่องมีปุ่มกดเปิด-ปิดเครื่อง ทั้งยังใช้เป็นปุ่มกดล็อก และปลดล็อกหน้าจอด้วย ส่วนช่อง micro-USB จะอยู่ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งขวามือพร้อมกับช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ทั้งนี้ด้านข้างตัวเครื่องฝั่งขวามือจะมีพวกปุ่มปรับเสียงลำโพง (Volume Keys) และปุ่มบังคับเล่นเกม L และ R ซึ่งเมื่อใช้งานในขณะเล่นเกมนั้น ปุ่มนี้จะไปอยู่ด้านบน เนื่องจากเวลาที่เราจับถือเพื่อเล่นเกมต้องจับแบบแนวนอน พร้อมกับสไลด์ปุ่มควบคุมเกมออกมา ลักษณะการจับถือว่าเป็นมาตรฐานสำหรับการเล่นเกมที่เป็นแบบพกพาเลยหล่ะครับ

ส่วนของด้านหลังตัวเครื่องจะมีเลนส์กล้อง มาพร้อมกับไฟแฟลช LED โดยที่ตัวฝาหลังยังถือว่าออกแบบมาได้ไม่ดีนัก เพราะเป็นลักษณะของการถอดที่ต้องใช้การงัดตัวฝาหลังขึ้นมาด้วยปลายนิ้ว หรือใช้เล็บงัดออกมา อีกอย่างตัวฝาหลังดูมีความบางมาก เวลางัดออกมาตัวฝาหลังมันจึงงอมากกว่าปกติจนเสียวว่าจะหักได้ (ต้องใช้ความระมัดระวังหน่อย) เวลาใส่ก็ถือว่าค่อนข้างยากเช่นกัน กดๆ ลงไป เสียวว่าเขี้ยวที่ใช้ล็อกตัวฝาหลังจะหักได้ง่ายๆ เหมือนกัน หากทำหนักมือไปหน่อย

สำหรับช่องใส่การ์ด microSD และช่อง SIM นั้นจะถูกซ่อนไว้ใต้ฝาหลังอีกที ซึ่งรุ่นนี้ช่องรองรับทั้งสองจะออกแบบมาให้อยู่นอกช่องใส่แบตเตอรี่ จึงทำให้เวลาที่เราต้องถอดเปลี่ยนตัวการ์ดไม่จำเป็นต้องถอดแบตเตอรี่ออกก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีเราต้องปิดเครื่องก่อนถอดเปลี่ยนซิมการ์ดอยู่ดี เพราะหากถอดใส่โดยไม่ปิดเครื่อง ระบบก็จะ error ได้ และจะทำให้หาซิมการ์ดไม่เจอ เพราะว่าไม่มีระบบ detect SIM ครับ

 

คุณภาพหน้าจอแสดงผล


+ ทั้งนี้จอของ Sony Ericsson XPERIA Play เป็นจอชนิด LED-Backlit Capacitive Touchscreen ที่ให้ความคมชัดได้ค่อนข้างดีมาก ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับจอทีวี LCD รุ่นท็อปๆ นั่นเอง ความคมชัดสมจริงของรายละเอียดสีจึงชัดเจนมาก ซึ่งหลายคนก็รู้ดีว่าค่าย Sony เอง ก็เป็นจ้าวแห่งเทคโนโลยีทีวีจอบางเหมือนกัน แถมจอรุ่นนี้ยังให้ความกว้างของพื้นที่ใช้งานได้มากถึง 4 นิ้ว จัดว่ากำลังเหมาะสำหรับการเล่นเกม หรือเพื่อความบันเทิง อีกทั้งการทำงานกับรูปแบบของจอสัมผัสเช่นนี้มีเรื่องของความแม่นยำเพิ่มเข้ามาด้วย และการตอบสนองต่อการสัมผัสถือว่าดีใช้ได้เลยทีเดียว แตะเพียงเบาๆ ก็ใช้งานได้แล้ว แถมยังมีความแม่นยำดีอีกด้วย ระบบการสัมผัสของจอรุ่นนี้เป็นแบบ Multi-touch ซึ่งเวลาที่เราใช้งานสามารถใช้นิ้วลาก หรือ ซูมเข้า-ออก ได้อย่างลื่นมือเป็นต้น และเนื่องจาก X8 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS ในส่วนของรูปแบบแสดงผลเมนู ภาพพื้นหลัง หรือการเลือกรูปแบบการแสดงผลนั้นยังคงสามารถเลือกภาพวอล์ลเปเปอร์แบบ Live Wallpapers รวมถึงสามารถเลือกตั้งค่าแสดงผล Widget Menu ได้ด้วย

นอกจากนี้ตัวจอจะเคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถตั้งค่าหน้าจอได้ทั้งตอบสนองต่อการสัมผัสด้วยการสั่น ให้มีเสียงแท็บ หรือเลือกรูปแบบ และขนาดตัวอักษร แล้วก็มีโหมดประหยัดไฟด้วย จุดเด่นอีกอย่างแอพพลิเคชั่น Timescape ซึ่งเป็นรูปแบบของการแสดงผลการทำงานของ Facebook, Twitter หรือแม้แต่สายที่ไม่ได้รับ ข้อความสั้น ซึ่งจะแสดงอยู่ในหน้าเดียวกันนี้เลย สามารถทำให้เราติดตามได้ว่าใครโพสอะไรใน Facebook หรือใครส่งข้อความอะไรมาหาคุณได้ในหน้าเดียวกันนี้เลย โดยที่เราไม่ต้องเปิดแอพพลิเคชั่นหลายๆ อย่าง จะว่าไปแล้วแอพพลิเคชั่นตัวนี้ก็น่าสนใจดีสำหรับสาวกโซเชียลเน็ตเวิร์คน่าจะถูกใจไม่น้อยกันทีเดียว

 

ฟีเจอร์สำคัญภายในเครื่อง


+ สำหรับฟีเจอร์เด่นๆ ที่ต้องพูดถึงก่อนก็คือฟังก์ชั่นการเล่นเกม โดยในตัวเครื่องจะมีเกมที่แถมติดเครื่องมาให้เล่นอยู่บ้าง แต่จะเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่เต็ม ต้องไปซื้อเพิ่มผ่าน Game Loft เท่าที่เห็นในเครื่องก็จะมีเกมอย่าง Bruce Lee เกมต่อสู้แอ็กชั่นที่ให้อารมณ์แบบสตรีทไฟเตอร์ได้ดี หรืออย่างเกม FIFA Football ที่เล่นสนุกไม่แพ้เกมวินนิ่ง ซึ่งการบังคับควบคุมเกมนั้นค่อนข้างถนัดมือดี แต่ก็ไม่ถึงกับว่ากระชับมือซะทีเดียว อาจเนื่องมาจากขนาดที่เล็กไปเลยทำให้การจับถือขณะเล่นเกมนั้นไม่กระชับเหมือน กับตัว Portable Palystation

ส่วนต่อมาก็คือซีพียูรุ่นนี้มากับความเร็ว 1 GHz โดยเป็นรุ่น Scorpion ส่วนชิปเซ็ตนั้นจะเป็นรุ่น Qualcomm MSM8255 Snapdragon ซึ่งตัว GPU จะเป็นรุ่น Adreno 205 การใช้งานโดยรวมแล้วก็ถือว่าให้ความรวดเร็วได้ในระดับที่น่าพอใจ ถ้าเทียบกับรุ่นที่ราคาไล่เลี่ยกันแล้วส่วนใหญ่จะใช้ซีพียูไม่ถึง 1 GHz แต่ถ้าสมมุติว่ารุ่นนี้ใช้ซีพียูเป็น Dual-core นะผมว่า การทำงานจะสมบูรณ์แบบกว่านี้ และเชื่อว่าไม่มีเครื่องเล่นเกมตัวไหนสู้ได้อย่างแน่นอน

และยิ่งในส่วนของหน่วยความจำซัพพอร์ตอย่าง RAM ที่ให้มา 512 MB ดูไม่มากไม่น้อย แต่ก็ถือว่าทำงานผสมผสานกับตัวซีพียูได้อย่างลงตัว พร้อมกันนี้ยังมีหน่วยความจำเก็บข้อมูลในตัวเครื่องมีมาให้อีก 400 MB ซึ่งอาจจะดูน้อยแต่ก็เพียงพอสำหรับรองรับการจัดเก็บพวกแอพพลิเคชั่น และข้อมูลได้ตามความจำเป็น หรือจะเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ลงไปก็ได้ถึง 32 GB ไม่เท่านั้นในชุดขายมีแถมการ์ด microSD มาให้ในตัวเครื่องเลยกับความจุ 8 GB

แม้ว่ารุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่เน้นเรื่องการเล่นเกม แต่ก็มีแอพพลิเคชั่นที่ยังคงเอาใจชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คกันแบบครบๆ เช่นเคยไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, Twitter, MSN ไปจนถึงเว็บแชร์วิดีโออย่าง Youtube ส่วนเรื่องของการรับส่งอีเมล์ต้องขอชื่นชมหน่อยว่า รุ่นนี้สามารถรองรับ Push Email ได้ซะด้วย การทำงานก็ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียวเชียวละ โดยโหมดของการออนไลน์นั้นทำผ่าน GPRS หรือ EDGE ก็ได้

สำหรับเครื่องเล่นเพลง หรือเครื่องเล่นวิดีโอนั้นก็มีให้ใช้งานอยู่แล้ว พร้อมกับมีอินเตอร์เฟสให้เลือกใช้งานหลากหลายดีไม่ว่าจะเป็นรูปแบบแผ่นเสียง, แบบซีดี, แบบเทปย้อนยุค ซึ่งแต่ละแบบก็ให้อารมณ์ของหน้าตาเครื่องเล่นได้แปลกตาดี ข้อสำคัญรุ่นนี้สามารถรองรับไฟล์ประเภท MP3 / eAAC+ / WMA / WAV+ ได้สารพัด ส่วนไฟล์วิดีโอนั้นก็รองรับพวกไฟล์มาตรฐานอย่าง MP4 / H.263 / H.264 / WMV แต่น่าเสียดายไปหน่อยที่รุ่นนี้ไม่มีวิทยุ FM Radio ติดมาให้ในตัวเครื่องเลย

 

กล้องถ่ายรูป และวิดีโอ


+ ในส่วนของกล้องถ่ายรูปจะเป็นกล้องระดับ 5 ล้านพิกเซล ดูจะเน้นเรื่องกล้องถ่ายรูปพอสมควรเพราะมีไฟแฟลช LED ติดมาให้เพื่อใช้ถ่ายรูป และยังคงติดตั้งระบบออโต้โฟกัสมาให้ด้วย เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ในการถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้น ส่วนการตั้งค่าโหมดถ่ายรูปนั้นจะเลือกได้ทั้งแบบ Auto (อัตโนมัติ), Twilight (มืดครึ้ม), Beach/Snow (ชายหาด/หิมะ), Sports (กีฬา) ส่วนของการตั้งค่ารายละเอียดอื่นๆ ของตัวกล้องนั้นน่าเสียดายที่ไม่สามารถตั้งค่าอื่นๆ ได้เลย เช่นคุณภาพของภาพ หรือแม้แต่ปรับแสงนั้นไม่สามารถทำได้เลยสักอย่าง เรียกว่าเป็น Full Fixed Camera ตัวจริงเลยอันนี้

ส่วนการปรับตั้งค่าก็เป็นแบบพื้นฐานคือจะมีเลือกเอฟเฟกต์สี, สมดุลแสงขาว, โหมดกลางคืน, ตั้งเวลาถ่ายภาพ, เลือกค่า ISO, เลือกมุมมอง หรือซีนเป็นต้น ส่วนขนาดภาพนั้นก็มีให้เลือกที่ VGA 640 x 480, 1M 1280 x 960, 2M 1600 x 1200, 3M 2048 x 1536 และ 5M 2592 x 1944 ส่วนวิดีโอถ่ายได้ที่ขนาดสูงสุด WVGA แบบมุมกว้าง 640 x 480 ด้วยความเร็วเฟรมเรตที่ 24 เฟรมต่อวินาที โดยคุณภาพวิดีโอที่ได้ถือว่าคมชัดดีมาก เรียกว่านำไปใช้งานอัพโหลดลง Youtube ได้อย่างไม่อายใคร น่าแปลกที่รุ่นนี้ถ่ายวิดีโอได้สวยดีทั้งๆ ที่ขนาดใหญ่สุดก็เพียง VGA เท่านั้น ทั้งนี้เราสามารถใช้ปุ่มกากบาท X เพื่อเลือกฟังก์ชั่นกล้องถ่ายรูปได้ด้วย

การเชื่อมต่อที่รองรับ


+ XPERIA Play ถูกออกแบบมาสำหรับการออนไลน์ และการเชื่อมต่อสื่อสารไร้สาย ไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงรองรับการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ มีทั้งการเชื่อมต่อผ่านระบบ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 b/g/n ซึ่งเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ของระบบ Wi-Fi ด้วยเทคโนโลยี DLNA ซึ่งอณุญาติให้ตัวเครื่องสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อแชร์ไฟล์มัลติมีเดียเพื่อเล่นบนเครื่องเล่นอื่นๆ แบบผ่าน Wi-Fi ได้นั่นเอง นอกจากนี้ในส่วนของบลูทูธเป็นเวอร์ชั่น Bluetooth 2.1 พร้อมรองรับโปรไฟล์ A2DP / AVRCP สำหรับการฟังเพลงกับชุดหูฟัง หรือชุดลำโพงบลูทูธสเตอริโอที่ให้เราเลือกใช้งานแบบไร้สายได้อีกด้วย

และแน่นอนว่าตัวเครื่องรองรับระบบเครือข่าย 3G-HSDPA ที่ความถี่ 850 / 900 / 1900 และ 2100 MHz นั่นก็หมายความว่ามันสามารถใช้งานได้ทั้งกับ 3G ของ True, AIS แล้วก็ TOT ส่วนการเชื่อมต่อกับเครือข่าย GSM-GPRS และ EDGE นั้นรุ่นนี้จะเป็นแบบ Class 12 บนคบื่นความถี่ 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz โดยตัวเว็บเบราเซอร์สามารถรองรับ Flash Browser ได้ เพราะรุ่นนี้มี Flash Player 10.1 มาให้นั่นเอง การแสดงผลของหน้าเว็บไซต์ต่างๆ จึงน่าสนใจ และสมจริงอย่างมาก

สำหรับช่อง USB รุ่นนี้ใช้สายแบบ micro-USB ซึ่งเป็นมาตรฐานของ micro-USB ที่มักใช้งานกันทั่วไป เท่าที่ผ่านมาโซนี่อีริกสันมักจะใช้ช่อง USB ที่เป็นแบบ Multi-Port ซึ่งเป็นของตัวเอง จะใช้สายแบบยูเอสบีแบบอื่นๆ ไม่ได้ นั่นคือข้อจำกัดที่เวลาเราจะชาร์จไฟ หรือเดินทางไปไหนไกลๆ ก็ต้องพกสายของตัวเองไปด้วย แต่มารุ่นนี้เปลี่ยนเป็น micro-USB ทำให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้การเชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS สามารถใช้งานได้ดี โดย XPERIA Play นั้นรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ A-GPS ด้วยในตัว ส่วนตัวแผนที่จะเป็นของ Google Maps ซึ่งสามารถแสดงแบบ 3D ได้ นอกจากนี้ยังแสดงส่วนของภาพ Geo-Tagging บนตัวแผนที่ได้ด้วย ซึ่งภาพ Geo-Tagging นั้นก็มาจากที่เราถ่ายเก็บไว้ด้วยนั่นเอง

 

ความเห็น และบทสรุปผลการทดสอบ


+ Sony Ericsson XPERIA Play อันที่จริงแล้วมันน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนอย่างที่มันควรจะเป็น ในมาตรฐานของ Android OS อยู่แล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โทรศัพท์ในตระกูลเกมมิ่งโฟนที่ทางค่าย Sony Ericsson หวังจะผลักดันให้เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่สามารถเล่นเกมได้อย่างจริงๆ จังๆ  แต่เท่าที่ได้ทดลองใช้ดูนั้นถือว่าทำออกมาได้ดี ในแง่ของการเป็นเครื่องเล่นเกมแบบพกพา เพราะมันหลากหลาย และตอบสนองได้ดีมากในขณะที่ใช้เล่นเกม แต่หากเทียบในแง่ของสมาร์ทโฟนกันแบบจริงๆ จังๆ แล้ว ยุคนี้แน่นอนว่าต้องเป็นสมาร์ทโฟน แบบ Dual-core ที่ทางฝั่ง Samsung และ LG ได้สร้างมาตรฐานใหม่ไว้ นั่นจึงทำให้ผมมองว่า Sony Ericsson XPERIA Play นั้นตอบโจทย์สำหรับคอเกมได้มากกว่าที่นักธุรกิจจะเอาไปใช้งานแบบจริงๆ จังๆ

แต่ถ้าว่ากันโดยรวมๆ แล้ว การนำไปใช้งานในแบบสมาร์ทโฟนก็ถือว่าทำได้ดี แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของจอสัมผัสที่เล็กไปหน่อย และเรื่องของการทำงานบางอย่าง และจุดเด่นของมันอีกอย่างก็คือการเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS นั่นเอง เพราะรุ่นนี้ถือว่าใช้เวอร์ชั่นที่ทันสมัยสุดกับ 2.3 Gingerbread ที่มีฟีเจอร์เพิ่มเข้ามาอย่างหลากหลายกว่า ทั้งในเรื่องของอินเตอร์เฟสเมนู และระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่มากับมาตรฐาน b/g/n ทั้งยังรองรับ DLNA อีกด้วย และกล้องถ่ายรูปเองก็มากับ 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช และโหมดถ่ายภาพมากมายเป็นต้น หากให้สรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ Sony Ericsson XPERIA Play นั้นเป็นเกมมิ่งโฟนที่น่าใช้ที่สุด และเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้สนุกที่สุดนั่นเอง

 

เคล็ดลับน่ารู้ของ Sony Ericsson XPERIA Play

ตั้งค่าเปิดโหมดถ่ายรูป Geo-Tagging โดยเข้าไปที่ Setting > Sony Ericsson > แล้วเลือก Camera (edit camera setting) > เลือกแตะไปที่ Geo-Tagging แล้วเครื่องหมายลูกศรจะทำงาน นั่นหมายถึงเราได้เปิดใช้งานแล้ว สัญลักษณ์รูปดาวเทียมจะไปปรากฏบนหน้าจอของโหมดกล้องถ่ายรูป

สมุดโทรศัพท์ สามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อ Export รายชื่อจากตัวซิมลงเครื่องก่อน จึงจะสามารถเปิดดูรายชื่อ เบอร์โทรในสมุดโทรศัพท์ได้ ไม่สามารถเลือกดูรายชื่อในซิมได้

ใช้งาน Timescape โดยเข้าไป Log-in หรือสมัครใช้งาน สำหรับโปรแกรม Facebook, Twitter เสียก่อน

สามารถลบหรือจัดการข้อมูลเกม รวมถึงดูรายละเอียดเกมต่างๆ ได้ใน Playstaytion Pocket หรือหากต้องการที่จะดาวน์โหลดเกมต่างๆ จากค่าย Game Loft ก็สามารถเลือกเข้าไปได้ที่ XPERIA Play

ในตัวเครื่องมีแอพพลิเคชั่น TV Thailand ที่ให้เราเข้าไปเลือกดูละคร ข่าว สารคดีต่างๆ ที่เราพลาดตอนสำคัญๆ ไป แบบเรียกดูย้อนหลังได้ผ่านทั้ง Browser และ Youtube

จัดการ เลือกหาแอพพิเคชั่นต่างๆ ได้ด้วย Application Installer

 

ข้อมูลตัวเครื่อง

 

เครือข่ายที่รองรับ

รองรับระบบ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz

รองรับระบบ HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz

ใช้ได้กับเครือข่าย AIS, DTAC, TRUE

 

ขนาดตัวเครื่อง

ขนาด 119 x 62 x 16 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 175 กรัม

 

หน้าจอแสดงผล

จอแสดงผล LED-Backlit Capacitive Touchscreen 16 ล้านสี

ขนาด 480 x 854 พิกเซล (4.0")

รองรับการแสดงแอพพลิเคชั่น Timescape UI

ระบบสัมผัส Multi-touch input method

ระบบ Accelerometer Sensor หมุนกลับหน้าจออัตโนมัติ

ระบบ Proximity Sensor ล็อกหน้าจอเมื่อยกตัวเครื่องแนบหูเพื่อโทร

 

ระบบเสียง

เสียงเรียกเข้า 64 Polyphonic / MP3

ระบบสั่นเตือนในตัว (Vibration in Phone)

บันทึกเสียง (Sound Recorder) WAV / AMR

ช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

หน่วยความจำ

หน่วยความจำเครื่อง 512 MB

เพิ่ม microSD (T-Flash) สูงสุด 32 GB

สมุดรายชื่อบันทึกแบบไม่จำกัด

 

การส่งผ่านข้อมูล

micro-USB 2.0

Bluetooth 2.1

รองรับบลูทูธสเตอริโอ A2DP

HSDPA, 7.2 Mbps ; HSUPA, 2 Mbps

อินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ WAP 2.0 / xHTML, HTML

รับ / ส่งข้อความ SMS / MMS / Email / Push Email ผ่าน GPRS / EDGE

มี GPS / A-GPS ในตัว พร้อมแผนที่ Google Maps

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล - 2592 x 1944, ไฟแฟลช LED, ระบบ Auto Focus

เลือกเปิดไฟแฟลช LED และตั้งค่าเป็น Auto ได้

เลือกสมดุลแสงขาว (White Balance) อัตโนมัติ / หลอดไฟ / แสงอาทิตย์ / ฟลูออเรสเซนต์ / มืดครึ้ม

เลือกคุณภาพ (Quality) ละเอียดมาก / ละเอียด / ปกติ

เลือกค่า ISO อัตโนมัติ / 100 / 200 / 400 / 800

เลือกแสดงภาพ Wide Screen

เลือกเอฟเฟกต์สี ขาวดำ / เนกาทีฟ / น้ำตาลแดง / ภาพสีซีเปีย

ตั้งค่าถ่ายภาพหน่วงเวลา 3 / 5 / 10 วินาที

เลือกลักษณะถ่ายภาพโหมดกลางคืน (Night Mode)

เลือกขนาดภาพ VGA 640 x 480 / 1M 1280 x 960 / 2M 1600 x 1200 / 3M 2048 x 1536 / 5M 2592 x 1944

เลือกถ่ายวิดีโอที่ WVGA @ 24 fps

เลือกขนาดบันทึกวิดีโอ สูงสุด 10 นาที, MMS (176 x 144), ต่ำ (320 x 240), ระดับสูง (640 x 480)

 

คุณสมบัติทั่วไป

ระบบปฎิบัติการ Android OS V.2.3 Gingerbread

ซีพียู Scorpion ความเร็ว 1 GHz

แสดงภาพ และวิดีโอโทรเข้า (Caller Picture, Video)

รองรับ Multi Language (ไทย / อังกฤษ / อื่นๆ)

เครื่องเล่นวิดีโอ MPEG4 / H.263 / H.264

เครื่องเล่นเพลง MP3 / eAAC+ / WMA / WAV

เครื่องเล่นเพลงรองรับฟังก์ชั่น TrackID music recognition

วิทยุ FM Stereo พร้อม RDS

ปุ่มควบคุมการเล่นเกมแบบ PSP like gaming buttons

 

เครื่องมือการจัดการ

จัดการไฟล์, ปฏิทิน, สมุดบันทึก, รายการที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข, เวลาโลก, เครื่องแปลงหน่วย, เกมส์แบบ motion Game

 

คุณสมบัติเพิ่มเติม

รองรับจาวาแอพพลิเคชั่น

รองรับโปรแกรมโซเชียลเน็คเวิร์คเช่น Facebook, Twitter, Youtube

รองรับโปรแกรม Google Search / Voice Search / Maps / Talk / Mail

เข็มทิศดิจิตอล (Digital Compass)

ดาวน์โหลดโปรแกรมเพิ่มเติมผ่าน Android Market

โปรแกรม Playstation Pocket, XPERIA Play

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ตัวเครื่อง Sony Ericsson XPERIA Play

แบตเตอรี่ Li-Ion 1200 mAh

หม้อแปลงชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบพกพา

สายยูเอสบี (micro USB Data Cable)

หูฟังสมอล์ลทอล์คสเตอริโอ

สมุดคู่มือ Sony Ericsson XPERIA Play

ใบรับประกัน

การ์ด microSD 8 GB (อยู่ในตัวเครื่อง)

 

ราคาเปิดตัว 17,990 บาท / ราคาปัจจุบัน 10,990 บาท

(อัพเดทล่าสุดวันที่ 24-01-55)

ความเห็น (0)add
เขียนแสดงความเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 

 

 

 

 

 
Mobilemagazine